อย่าละเลยกับถุงพลาสติกและกล่องโฟมใส่อาหาร!!

Zone-IT โซนไอที : สังคมดีๆบนโลกออนไลน์

fogza

14 มีนาคม พ.ศ. 2551, 10:36:21
ยุคใหม่ ค่ำลงทีไรคงได้เห็นใครต่อใครเดินถืออาหารใส่ถุง หรือบรรจุกล่องโฟมกลับไปรับประทานที่บ้านจนชินตา ทั้งๆ ที่รู้ว่าภาชนะเหล่านั้นมีสารพิษที่พร้อมจะ ปนเปื้อนกับอาหารที่เรารับประทานเข้าไป
        กว่าจะย่อยสลายได้ต้องใช้เวลานานหลายร้อยปีเลยทีเดียว ทำให้โลกเรายิ่งแย่ลงนะครับ และที่สำคัญ ยิ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายเราอย่างยิ่ง นั่นก็คือ

     - สารพิษที่ว่าไล่ตั้งแต่ สาร "สไตรีน มอนอเมอร์" (Styrene Monomer) พบได้ในโฟมทุกประเภท และพลาสติกบางชนิด มีผลต่อร่างกายคือ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมและต่อมลูกหมาก ทำให้ระบบฮอร์โมนผิดปกติ มีปัญหาต่อต่อมไทรอยด์ และประจำเดือนในเพศหญิง ในหญิงตั้งครรภ์จะมีผลต่อโครโมโซมของเด็ก ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ ต่อมน้ำเหลืองผิดปกติ อีกทั้งยังมีผลต่อระบบประสาท ทำให้อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย และนอนหลับได้ยาก

     - นอกจากนี้ยังมีสาร "ไดออกซิน" (Dioxin) พบในพลาสติกบางประเภท มีผลต่อร่างกายเป็นสารก่อมะเร็งในปอด กระเพาะอาหารตับ ต่อมน้ำเหลือง และผิวหนัง มีผลต่อระบบการสืบพันธุ์ ในเพศชายทำให้มีตัวอสุจิน้อยลง ส่วนเพศหญิงรังไข่และมดลูกจะผิดปกติ ซึ่งทารกที่เกิดจากหญิงที่ได้รับสารชนิดนี้ปริมาณมากยังมีความเสี่ยงต่อความผิดปกติแรกเกิดด้วย

     - ขณะที่สาร "ไวนิล คลอไรด์ มอนอเมอร์" (Vinyl Chloride Monomer) ซึ่งพบในพลาสติกบางชนิดโดยเฉพาะพลาสติกพีวีซี (PVC) ยังมีผลต่อร่างกายอีกเช่น เป็นสารก่อมะเร็งตับ และจะปนเปื้อนกับอาหารมากขึ้นเมื่อนำไปบรรจุอาหารแช่แข็งหรือเย็นจัด เมื่อสัมผัสกับความร้อน เมื่อนำไปเข้าเตาไมโครเวฟ ตลอดจนใช้กับอาหารจำพวกไขมัน

     นางอุมา บริบูรณ์ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สารดังกล่าวจะละลายได้ดีในอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันและแอลกอฮอล์ เมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกายจะไปสะสมในสมองและใยประสาท โดยปริมาณที่ปนเปื้อนจะขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร ระยะเวลาสัมผัสกับอาหาร และอุณหภูมิของอาหาร


    ขณะเดียวกันบรรจุภัณฑ์ โฟมชานอ้อย ยังได้รับการรับรองจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) แล้วตั้งแต่ ต.ค.2549 ปัจจุบันมีวางขายในห้างเทสโก้ โลตัส สาขาประเทศอังกฤษและสาขาในประเทศไทย

    สำหรับบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวจะย่อยสลายด้วยการฝังกลบจนไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าใน 45 วัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บรรจุอาหารร้อน เย็น และน้ำได้ ไม่ต้องใช้เยื่อไม้จากต้นไม้เพื่อผลิต ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน ไม่มีสารคลอรีนตกค้าง ใช้กับเตาอบและไมโครเวฟได้

ผมก็ดูจาก TV มา และจากแหล่งความรู้อื่น ๆ เอามาเรียบเรียงให้สั้น ๆ เข้าใจง่าย ถ้าหากซ้ำหรือข้อมูลผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
หวังว่าเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ชาว Zone-it จะปลับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองบ้างนะครับ เพื่อตัวเรา และบอกต่อ ๆ กันไปนะครับคุณ ผู้ชม


yoko

17 มีนาคม พ.ศ. 2551, 06:24:48
 30เราใช่ถุงผ้าติบมาตั้งนานแล้ว แต่เพื่อนาว่าเชย เพื้่อนชาวต่างชาตเรียยกกว่า เมืองไทยใส่ถุง เพราะทุกอย่างต้องใส่ทุกก๊อบแก็บหมด ตาม่ร้านจะปากกาแค่ด้ามเดียวตามห้างก็ต้องใส่ถุง
ในอเมริกาถ้าใครไม่เอาภุงพลาสติก ใฃ้ถุงผ้าไปเอง  จะได้ลดราคาเช่นสินค้า ลด1 เซ็นจ์เป็นต้น เพื่อลดขยะที่สลายยาก      ดีนะ ไม่เชยหรอกนิ

mayuki

17 มีนาคม พ.ศ. 2551, 06:50:45
เวลาที่ เน่ ไปซื้อของบางอย่าง ถ้าไม่จำเป็น ก็จะไม่ใส่ถุงอ่า

ช่วยลดปัญหาขยะได้อีกทางนึงด้วย [$2$]

pOur

20 มีนาคม พ.ศ. 2551, 09:48:13
ของผมปกติจะเอาตะกร้าไป ขนาดก็พอๆกับของที่ห้างสรรพสินค้าธรรมดาทั่วไป (ไม่มีล้อนะ--*) พอซื้อของก็หยิบใส่ตะกร้า แล้วเอาไปตั้งให้แม่ค้าคิดเงิน แล้วให้เขาใส่กลับ

mayor

21 มีนาคม พ.ศ. 2551, 22:29:07
ระวังพวกขวดน้ำพลาสติกที่วางทิ้งไว้ในรถและก็พวกขวดที่นำมาใช้ซ้ำด้วยเช่นพวกที่ชอบแช่ตู้เย็น เอิ๊กๆ
ถ้าดื่มไปมากๆ ระวังเป็นมะเร็งเต้านม เป็นได้ทั้งชายและหญิง หญิงเป็นไม่เท่าไหร่แต่ชายเป็นนี่สิ แปลกๆ
เดี๋ยวนี้เลยเลิกเลย พยายามกินจากแก้วแทน

supojcherd

22 มีนาคม พ.ศ. 2551, 14:06:42
ควรจะช่วยกันรณรงค์ในเรื่องของขยะพลาสติกกันนะครับ ผมจะหลีกเลี่ยงถุงก๊อปแก๊ปเป็นพิเศษ จะพยายามไม่ใช้ตอนไปซื้อของเลย  Wink

Ann21

9 เมษายน พ.ศ. 2551, 00:24:12
กระทู้นี้เห็นด้วยมากๆ อิอิ