ระบบส่งข้อความส่วนตัว ถึงเจ้าของกระทู้
สำหรับเพื่อส่งข้อความไปถึงเจ้าของกระทู้นี้
ในการแจ้งปัญหา กรณีที่เกิดปัญหากับเจ้าของกระทู้ หรือในกรณีที่ลิงค์ดาวน์โหลดเสียเท่านั้น
หากต้องการโพสต์ อื่นๆให้ตอบกลับในกระทู้นี้
หากเพียงต้องการแสดงความขอบคุณให้คลิกที่ปุ่ม
Coolfirm! ด้านบนนี้
ตกลง :: ยกเลิก
กระทู้นี้ถูกตั้งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2551, 16:05:20 ซึ่งมีอายุนานกว่า 100 วัน
ดังนั้นเราจึงได้ปิดการตอบในกระทู้นี้ (เพื่อป้องกันการขุดกระทู้ หรือ ปั่น)ระบบล็อคกระทู้ที่มีอายุเกิน 100 วัน!
ร้อนๆๆ อากาศอย่างนี้ใครต่อใครคงอยากจะชำระร่างกายให้คลายร้อนด้วยการใช้การอาบน้ำชะโลมร่างกาย
แต่บ้างครั้งการชำระล้างร่างกายของคนเรานั้นถ้ามากเกินไปก็มีผลต่อสุขภาพผิวได้เช่นกัน อย่างการอาบน้ำล้างหน้าบ่อย
ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังบอกว่ากลับทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังง่ายขึ้น เนื่องจากผิวหนังคนเราก็มีภูมิต้านทานตามธรรมชาติเป็นเสมือนยาฆ่าเชื้ออยู่แล้วเพื่อช่วยป้องกันการอักเสบหรืออาการพุพองต่าง ๆ หรือเกิดอาการแสบคัน จะเห็นได้จากเมื่อเกิดแผลขึ้นและแผลเป็นหนอง แสดงว่าเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่กำลังต่อสู้กับเชื้อโรคอยู่ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทูบิงเคมในเยอรมัน พบว่า เหงื่อของเรามีสาร "เดอร์ เมดิซีน"
โดยมีสรรพคุณช่วยปกป้องผิวหนังจากการอักเสบ ที่ทำให้ผิวหนังเป็นผื่นคัน สารตัวนี้ผลิตได้จากต่อมเหงื่อทั่วร่างกาย มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อนที่แบคทีเรียจะทำอันตรายกับผิว สิ่งที่จะทำให้ยาฆ่าเชื้อบนผิวหนังเราถูกกำจัดไปอีกอย่างหนึ่งก็คือ สารระคายเคืองต่อผิวหนังจากผงซักฟอก สบู่ น้ำยาล้างจาน ฯลฯ การเลือกซื้อน้ำยาต่าง ๆ นี้ก็ควรเลือกชนิดที่ไม่ทำความระคายเคืองให้กับผิวหนัง
ดังนั้น...สังเกตได้หลังจากการใช้จะทำให้ผิวแห้งผาก เกิดอาการคัน บ้านเมืองของชาวตะวันตกมีอากาศหนาวเย็นจึงไม่อาจอาบน้ำได้บ่อยเท่าเมืองเราที่เป็นเมืองร้อน เพราะผิวจะแห้งจากการถูกทำลายน้ำมันธรรมชาติ สำหรับบ้านเราแถบทางเหนือคงจะคล้ายกัน แต่ในภาคอื่นหรือในกรุงเทพฯที่ผู้คนต้องเบียดเสียดขึ้นรถเมล์ หากไม่อาบน้ำบ่อยคงส่งกลิ่นให้เพื่อนร่วมทางต้องสลบกันไปบ้างแหละ
ที่มา
เรียบเรียง : Team Content
www.thaihealth.or.thเครดิต จาก Bee_4U
kapong, beandnam, hotsauce, WhiteII, Agitoゝ, zheese, kogirona, Ms.ยัEโXด, dragonnorth