บิ๊กฟุต (Bigfoot) หรือชื่อที่แปลตรงตัวว่า "ไอ้ตีนโต" เป็นสัตว์ลึกลับที่เชื่อว่ามีรูปร่างคล้ายมนุษย์ พบในสหรัฐอเมริกา และทวีปอเมริกาเหนือ โดยชื่อที่เรียกมีที่จากรอยเท้าที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์แต่ใหญ่โตกว่ามาก โดยที่ในแคนาดาเรียก "ซาสควาทช์" (Sasquatch) และมีสัตว์ลักษณะคล้ายเคียงกันพบที่เทือกเขาหิมาลัยในเนปาล เรียกเป็นภาษาพื้นเมืองว่า "เยติ" (Yeti) หรือ มนุษย์หิมะ ที่ออสเตรเลียก็มีสัตว์ลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ เรียกว่า "โยวี่" (Yowie) เป็นต้น
สัตว์ชนิดนี้มีผู้กล่าวอ้างว่าพบเห็นมากมาย ทั่วทุกมุมโลกดังที่ได้กล่าวมา มีลักษณะรูปร่างใหญ่โต ขนสีน้ำตาล มีรูปร่างและการเคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์ มีน้ำหนักมาก แต่มีความว่องไวรวดเร็ว เมื่อพบปะกับมนุษย์ก็จะหลบหนีไปอย่างว่องไว เรื่องราวของบิ๊กฟุต นี้ มีทั้งผู้ที่เชื่อและผู้ที่ไม่เชื่อ ผู้ที่เชื่อ สันนิษฐานว่า บิ๊กฟุตเป็นมนุษย์โบราณที่เรียกว่า นีแอนเทอร์ดัล ที่ยังหลงเหลือมาจนปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อ ก็เชื่อว่าเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมานั่นเอง
ดร. บิสวามอย บิสวาส (Dr. Biswamoy Biswas) กำลังศึกษาสิ่งที่เชื่อว่าเป็นหนังหัวเยติ
ดร. บิสวามอย บิสวาส (Dr. Biswamoy Biswas) กำลังศึกษาสิ่งที่เชื่อว่าเป็นหนังหัวเยติ
แต่สำหรับเยติ หรือมนุษย์หิมะแล้ว มีผู้พบทั้งซาก หนังหัว และรอยเท้า อีกทั้งยังเป็นเรื่องเล่าหรือนิทานที่เล่าสืบต่อกันมาของชาวเชอร์ปา หรือชาวพื้นเมืองเทือกเขาหิมาลัยด้วย ซึ่งบางคนเคยบอกว่า พบเห็น
เยติ (Yeti) หรือ มนุษย์หิมะ (The Abominable Snowman) เป็นมนุษย์วานรในตำนานของชาวภูเขาในเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล คำว่า เยติ เป็นคำที่ชาวเซอร์ปาร์ผู้ที่อาศัยอยู่บนภูเขาสูงใช้เรียกมนุษย์วานรนี้
เยติ มีประวัติอันยาวนานมากที่สุดในบรรดาเรื่องราวของมนุษย์วานรทั้งหมดของชาว ภูเขา คนที่เคยเห็นมันเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ มูลของมันถูกนำมาวิเคราะห์ รอยเท้าถูกบันทึกภาพไว้และ ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง เยติเริ่มเป็นที่รู้จักโดยบุคคลภายนอกจากนักบุกเบิก ในปลายยุค 1950 และ 1960
เยติเป็นตำนานที่มีค่าทางพาณิชย์กับประเทศเนปาล นำรายได้จากชาวต่างชาติ มีสายการบิน เยติแอร์ไลน์ และโรงแรม แยกแอนด์เยติ (Yak and Yeti, Yak หมายถึง จามรี)
ณ วัดแห่ง หนึ่ง ในร่มเงาของยอดเขาเอเวอเรสต์ ท่านเจ้าอาวาสบอก ว่า มักจะมีฝูงเยติมาเยือนทางวัดอยู่ เสมอในแต่ละปี คำบรรยายที่มีสีสันของการโจมตีโดยเยติถูกรายงาน ไปยังกาฐมาณฑุ เด็กหญิงชาวเชอร์ปา ผู้หนึ่งชื่อว่า ลาคห์หาโดมานิ " เราไม่สามารถหาคำอธิบายอื่นใด ได้นอกจากว่านั้นคือ สิ่งมีชีวิตที่ไม่ปรากฏหลักฐานที่ยังต้องทำการ ค้นหากันต่อไป "
อ้างอิงจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอามาฝากเพิ่มเติมอีกนิด คิคิ