Zone-IT  โซนไอที : สังคมดีๆบนโลกออนไลน์

2 ธันวาคม พ.ศ. 2551, 08:00:34

"I FEEL GOOD." O N K K
(หนึ่งในผู้ร่วมสมทบทุนจาก 86 ท่าน)

ยอดเงินคงเหลือ  บาท

Skip to Contents

Search

ค้นหาเฉพาะ กระทู้นี้

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

วันนี้...คุณสามารถช่วยเหลือโซนไอทีได้ง่ายๆ

30 ลบ PM ที่ไม่สำคัญทิ้ง  30
 30 งดการตั้ง-ตอบกระทู้ที่ไม่จำเป็น
  30

Zone-IT โซนไอที : สังคมดีๆบนโลกออนไลน์ > General Zone ! > สภากาแฟ
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หนุ่มอเมริกันอ้างพบศพบิ๊กฟุตในป่าทางเหนือรัฐจอร์เจีย  (อ่าน 304 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
beem
นักเรียนมัธยม
***
ความคูล : 250
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 229
ID : 13962


  ไปเม้นให้!!

รวมเวลาทั้งสิ้น
6 วัน 18 ชั่วโมง 37 นาที

ระดับ : 67
ประสบการณ์ : 94%
ฮิวเลทแพ็คการ์ด 38%

Awards
« เมื่อ: 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551, 19:35:05 »

ส่งข้อความส่วนตัวถึงเจ้าของกระทู้
ระบบส่งข้อความส่วนตัว ถึงเจ้าของกระทู้
สำหรับเพื่อส่งข้อความไปถึงเจ้าของกระทู้นี้
ในการแจ้งปัญหา กรณีที่เกิดปัญหากับเจ้าของกระทู้ หรือในกรณีที่ลิงค์ดาวน์โหลดเสียเท่านั้น

หากต้องการโพสต์ อื่นๆให้ตอบกลับในกระทู้นี้
หากเพียงต้องการแสดงความขอบคุณให้คลิกที่ปุ่ม Coolfirm! ด้านบนนี้

ตกลง :: ยกเลิก
Permalink: http://www.zone-it.com/50773

กระทู้นี้ถูกตั้งเมื่อวันที่ 16  สิงหาคม  พ.ศ. 2551, 19:35:05  ซึ่งมีอายุนานกว่า 100 วัน
ดังนั้นเราจึงได้ปิดการตอบในกระทู้นี้ (เพื่อป้องกันการขุดกระทู้ หรือ ปั่น)

ระบบล็อคกระทู้ที่มีอายุเกิน 100 วัน!
สองหนุ่มอเมริกัน แมต วิตตัน และริก ดายเออร์ เปิดแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ ที่ เมือง พาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย อ้างว่า พวกเขาได้พบศพของ บิ๊ก ฟุต หรือไอ้ตีนโต ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนาน ที่มีขนาดใหญ่ มีขนรูปร่างหน้าตาคล้ายลิง ในป่าทางเหนือของรัฐจอร์เจียเมื่อเดือนมิถุนายน จากการวัดขนาดคร่าวๆ ศพเจ้าบิ๊กฟุตตัวนี้มีความสูง 7 ฟุต 7 นิ้ว หรือราว ๆ 230 เซนติเมตร หนักประมาณ 225 กิโลกรัม พวกเขาได้นำผลตรวจดีเอ็นเอเนื้อเยื่อของศพที่ทำการตรวจโดยนายเคิร์ต เนลสัน นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยมิเนโซต้ามายืนยันด้วยว่า เป็นบิ๊กฟุตจริง ๆ

    วิตตันและดายเออร์ เล่าว่า พวกเขาเดินสะดุดศพของบิ๊กฟุตตัวนี้โดยไม่ได้ตั้งใจขณะเดินป่ากันอยู่ในแถบทางเหนือของรัฐจอร์เจียต และเจ้าตัวที่พบนี้เป็นเพศผู้ มีผมสีแดง ตาสีเทาเข้มมีมือและเท้าคล้ายมนุษย์ พวกเขายังเห็นบิ๊กฟุตที่มีชีวิตอีก 3 ตัวมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงขณะที่พวกเขาพยายามนำศพบิ๊กฟุตตัวนี้ออกมา แต่พวกมันไม่ส่งเสียงอะไร

    พวกเขายังได้นำภาพถ่ายศพที่มีลักษณะเหมือนลิงตัวใหญ่ มีขนรุงรังออกมาเผยแพร่ทางเว็บไซต์ตามล่าหาบิ๊กฟุต www.bigfoottracker.com ของพวกเขาด้วย และบอกว่าตอนนี้พวกเขาเก็บศพบิ๊กฟุตตัวนี้แช่แข็งไว้ในสถานที่ไม่เปิดเผยในเมืองแอตแลนต้า

    ขณะที่เจฟเฟอรี่ เมล์ดรัม นักวิจัยบิ๊กฟุต แห่งมหาวิทยาลัย ไอดาโฮ ไม่เชื่อว่าศพบอกว่าเท่าที่เห็นภาพศพยังไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นบิ๊กฟุตจริง ๆ เพราะดูเหมือนเป็นการสวมชุด เป็นตัวบิ๊กฟุตปลอมมาแหกตามากกว่า ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐบอกว่า เจ้าหน้าที่ไม่เห็นว่าข้ออ้างของทั้งสองคนจะเป็นเรื่องจริงจังและจะไม่มีการพิสูจน์ในเรื่องนี้


โดย...เนชั่นทันข่าว



lazers, fasai, TH3 FIGHT, Lªиcεlot ミ, ໂຊນໄອທີ, Kwanan_MicK, bncom
บันทึกการเข้า
beem
นักเรียนมัธยม
***
ความคูล : 250
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 229
ID : 13962


  ไปเม้นให้!!

รวมเวลาทั้งสิ้น
6 วัน 18 ชั่วโมง 37 นาที

ระดับ : 67
ประสบการณ์ : 94%
ฮิวเลทแพ็คการ์ด 38%

Awards
« ตอบกระทู้นี้ #1 เมื่อ: 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551, 19:35:38 »



ลักษณะทางกายภาพ : สูง 2 เมตรกว่าๆ น้ำหนัก 150 kg กว่าๆ มีลักษณะ คล้าย ลิง แรงมาก เรียกว่า มนุษย์วานร

ถิ่นกำเนิด : ถูกค้นพบครั้งแรก คศ.19 ที่ ทวีปอเมริกา เอเชีย แต่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป


ประวัติและความเป็นมา :

เจ้าตัวนี้อาศัยอยู่ในเงามืด ผู้คนหลายพัน คนอ้างว่าเคยพบเห็นมัน แต่ด้วยเหตุอันใดจึงไม่เคยมีใครนำมันกลับมาได้ ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย มันจะเป็นเพียงตำนาน เป็นอสุรกาย หรือเป็นญาติห่าง ๆ ของมนุษย์ เราจะมาติดตามความจริงของเจ้าตัวนี้ "บิ๊กฟุต" (Bigfoot) เรื่องราวของเจ้าบิ๊กฟุตนี้ ได้เริ่มต้นขึ้นในยุค 1950 จากรายงานเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่มีลักษณะคล้าย
ลิงของนักเดินป่าและคนตัดไม้ ที่ได้เดินทางไปทั่วป่าทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย และจากนั้น ในปี 1958 เมื่อคนตัดซุงบุกลึกเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์ของสันเขาแคสเคด (Cascade) พวกเขาก็พบรอยเท้าขนาดใหญ่ต่างจากที่เคยพบเห็นมาก่อน ซึ่งทำให้มันได้ถูกขนานนามว่า "บิ๊กฟุต" หรือ "ไอ้ตีนโต" โดยทันที


แต่ชนพื้นเมืองอเมริกัน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแปซิฟิกมีความเชื่อกันมาเนิ่นนานแล้ว เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า
"แซสควอช" (Sasquatch) สัตว์คล้ายลิงที่อาศัยอยู่ขอบนอกอารยธรรม แต่เมื่อตำนานเปลี่ยนมาเป็นข่าวลือ "โรเจอร์ แพตเตอร์สัน" (Roger Patterson) อดีตนักขี่ม้าพยศ และ "บ๊อบ กิมลิน" (Bob Gimlin) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องม้าและนักตามรอย จึงเดินทางไปยัง "บลัฟ ครีก" (Bluff Creek) ที่ป่าแห่งชาติ "ทรินิตี้" (Trinity) ไกลจากซานฟรานซิสโกไปทางเหนือ 256 กิโลเมตร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่อยู่สำคัญของบิ๊กฟุตเลยทีเดียว พวกเขาไม่พบอะไรเลยตลอด 7 วัน แต่แล้วเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1967 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อแพตเตอร์สันได้ถ่ายภาพญาติผู้ขี้อายของมนุษย์มาได้ แม้ว่าเขาจะถูกนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่า เป็นเรื่องหลอกลวง แต่เขาก็ได้รับเงินจำนวนมากจากการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไปทั่วโลก นับแต่ "บิ๊กฟุต" ได้ปรากฏโฉมในหน้าหนังสือพิมพ์แคลิฟอร์เนีย เรื่องราวก็ถูกใส่สีตีไข่เสียจนเลอะเทอะ รอยเท้าและเส้นขนตัวอย่างจำนวนมากก็กลายเป็นของปลอมไปซะหมด แต่ก็มิได้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่า เขาจะกุเรื่องบิ๊กฟุตขึ้นมาหลอกลวง

จากการที่ได้ศึกษาภาพยนตร์ของแพตเตอร์สัน ไปทีละเฟรม ๆ ทำให้ได้รู้ถึงวิธีเดินของเจ้าบิ๊ก ฟุต ว่ามันจะแกว่งแขนไปมาเหมือนกับคน แต่จะต่างกันที่ พวกมันจะโน้มตัวไปข้างหน้าตรงช่วงตะโพกมากกว่าคนปกติทำ และงอเข่าเล็กน้อย ข้อพิสูจน์ต่าง ๆ ของเจ้าบิ๊กฟุตจึงยังคงเป็นปริศนา แต่เจ้าสัตว์อายกล้องก็ยังปรากฏตัวอยู่เรื่อย ๆ แม้จะเป็นอีกฟากหนึ่งของโลก อย่างเช่นในเทือกเขาหิมาลัย ที่มีตำนานเกี่ยวกับ เยติ (Yeti) ซึ่งเป็นสัตว์ กึ่งลิง และมีขนดกที่มีหัวทรงโคน เช่นเดียวกับเจ้าบิ๊กฟุต และในปี 1921 นักปีนเขาชาวอังกฤษ ที่ตั้ง ใจจะปีนขึ้นไปพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ก็พบเห็นสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ที่มีรูปร่างสีเข้มกำลังเคลื่อนไหว
อยู่ในทุ่งหิมะเหนือขึ้นไป ตลอด 40 ปีต่อมา ก็มีรายงานการพบเห็นอีกนับสิบครั้ง จากนั้นในปี 1960 เซอร์ เอ็ดมันด์ ฮิลลารี่ (Sir Edmund Hillary) ผู้พิชิตเอเวอเรสต์ก็หวน กลับมายังหิมาลัยเพื่อการสำรวจวิทยาศาสตร์ แต่อีกเป้าหมายหนึ่งของเขาก็คือ เพื่อค้นหาเยตินั่นเอง

นักมานุษยวิทยาบางคนเชื่อว่า เรามีบรรพบุรุษเดียวกับBig Foot แต่เมื่อ 11 ล้านปีก่อน สายพันธุ์เราก็แยกออกมา และเราก็มีวิวัฒนาการกันไปคนละแบบ สำหรับถิ่นกำเนิดของBig Footนั้น เกิดขึ้นในเอเซียตะวันออก อาจจะข้ามไปถึงอเมริกา เหนือ ซึ่งทายาทของพวกเขายังคงรู้จักสัตว์ที่เรียกว่า แซสควอช และเมื่อไม่มีอะไรมากไปกว่าการพบเห็น และรอยเท้าที่น่าสงสัย Big Footอาจจะยังคงเป็นเพียงเงาปริศนา เนื่องจากยังไม่มีใครพบกระดูกของมัน


ที่มา...http://collectmonster.blogspot.com/



lazers, TH3 FIGHT, Lªиcεlot ミ, ໂຊນໄອທີ, Kwanan_MicK
บันทึกการเข้า
Mitanikung
นักเรียนมัธยม
***
ความคูล : 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112
ID : 49087


  ไปเม้นให้!!

รวมเวลาทั้งสิ้น
1 วัน 1 ชั่วโมง 13 นาที

ระดับ : 21
ประสบการณ์ : 14%
ฮิวเลทแพ็คการ์ด 57%

Awards
« ตอบกระทู้นี้ #2 เมื่อ: 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551, 21:17:33 »

อยากเห็นตัวจริงจังเยย "บิ๊กฟุต" (Bigfoot) เนี่ย !!

จะมีใครจับได้ไหมเนี่ย  human



อ๊อฟ, Lªиcεlot ミ
บันทึกการเข้า

Impossible is Nothing   ไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" ในพจนานุกรมของผม
O N K K
Spirit Member
นักเรียนมัธยม
*
ความคูล : 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 320
ID : 4078


  ไปเม้นให้!!

รวมเวลาทั้งสิ้น
18 วัน 1 ชั่วโมง 59 นาที

ระดับ : เซียน
ประสบการณ์ : 69%
ฮิวเลทแพ็คการ์ด 35%

Awards
« ตอบกระทู้นี้ #3 เมื่อ: 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551, 02:38:48 »




อิอิ



X✖DnrP✖X, ໂຊນໄອທີ, bigdodo, ☣ คนมือบอน ☣
บันทึกการเข้า

สวัสดีครับผู้เยี่ยมชมท่านอยากใช้งานบอร์ดนี้อย่างเทพไหม  ตามผมมา

มีเรื่องอยากให้ช่วยอิ๊ดนึงครับ ดูรายละเอียด 23
Mitanikung
นักเรียนมัธยม
***
ความคูล : 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112
ID : 49087


  ไปเม้นให้!!

รวมเวลาทั้งสิ้น
1 วัน 1 ชั่วโมง 13 นาที

ระดับ : 21
ประสบการณ์ : 14%
ฮิวเลทแพ็คการ์ด 57%

Awards
« ตอบกระทู้นี้ #4 เมื่อ: 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551, 18:48:41 »

คนละ BigFoot แล้ว อิอิ  human



ໂຊນໄອທີ, bigdodo
บันทึกการเข้า

Impossible is Nothing   ไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" ในพจนานุกรมของผม
*_xมูllดJ_*
นักเรียนมัธยม
***
ความคูล : 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 282
ID : 41519


  ไปเม้นให้!!

รวมเวลาทั้งสิ้น
5 วัน 6 ชั่วโมง 0 นาที

ระดับ : 42
ประสบการณ์ : 41%
ฮิวเลทแพ็คการ์ด 71%

Awards
« ตอบกระทู้นี้ #5 เมื่อ: 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551, 20:17:33 »

น่าสนใจจัง

อยากรุ้จัง ว่ามันมีจิงป่าว [$4$] [$4$]
 
บันทึกการเข้า

Kwanan_MicK
นักเรียนประถม
**
ความคูล : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36
ID : 49507


  ไปเม้นให้!!

รวมเวลาทั้งสิ้น
11 ชั่วโมง 21 นาที

ระดับ : 9
ประสบการณ์ : 94%
ฮิวเลทแพ็คการ์ด 33%
ควานัน-มิค -(‵▽′)ψ


Awards
« ตอบกระทู้นี้ #6 เมื่อ: 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551, 03:55:53 »

บิ๊กฟุต (Bigfoot) หรือชื่อที่แปลตรงตัวว่า "ไอ้ตีนโต" เป็นสัตว์ลึกลับที่เชื่อว่ามีรูปร่างคล้ายมนุษย์ พบในสหรัฐอเมริกา และทวีปอเมริกาเหนือ โดยชื่อที่เรียกมีที่จากรอยเท้าที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์แต่ใหญ่โตกว่ามาก โดยที่ในแคนาดาเรียก "ซาสควาทช์" (Sasquatch) และมีสัตว์ลักษณะคล้ายเคียงกันพบที่เทือกเขาหิมาลัยในเนปาล เรียกเป็นภาษาพื้นเมืองว่า "เยติ" (Yeti) หรือ มนุษย์หิมะ ที่ออสเตรเลียก็มีสัตว์ลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ เรียกว่า "โยวี่" (Yowie) เป็นต้น

สัตว์ชนิดนี้มีผู้กล่าวอ้างว่าพบเห็นมากมาย ทั่วทุกมุมโลกดังที่ได้กล่าวมา มีลักษณะรูปร่างใหญ่โต ขนสีน้ำตาล มีรูปร่างและการเคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์ มีน้ำหนักมาก แต่มีความว่องไวรวดเร็ว เมื่อพบปะกับมนุษย์ก็จะหลบหนีไปอย่างว่องไว เรื่องราวของบิ๊กฟุต นี้ มีทั้งผู้ที่เชื่อและผู้ที่ไม่เชื่อ ผู้ที่เชื่อ สันนิษฐานว่า บิ๊กฟุตเป็นมนุษย์โบราณที่เรียกว่า นีแอนเทอร์ดัล ที่ยังหลงเหลือมาจนปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อ ก็เชื่อว่าเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมานั่นเอง
ดร. บิสวามอย บิสวาส (Dr. Biswamoy Biswas) กำลังศึกษาสิ่งที่เชื่อว่าเป็นหนังหัวเยติ
ดร. บิสวามอย บิสวาส (Dr. Biswamoy Biswas) กำลังศึกษาสิ่งที่เชื่อว่าเป็นหนังหัวเยติ

แต่สำหรับเยติ หรือมนุษย์หิมะแล้ว มีผู้พบทั้งซาก หนังหัว และรอยเท้า อีกทั้งยังเป็นเรื่องเล่าหรือนิทานที่เล่าสืบต่อกันมาของชาวเชอร์ปา หรือชาวพื้นเมืองเทือกเขาหิมาลัยด้วย ซึ่งบางคนเคยบอกว่า พบเห็น

เยติ (Yeti) หรือ มนุษย์หิมะ (The Abominable Snowman) เป็นมนุษย์วานรในตำนานของชาวภูเขาในเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล คำว่า เยติ เป็นคำที่ชาวเซอร์ปาร์ผู้ที่อาศัยอยู่บนภูเขาสูงใช้เรียกมนุษย์วานรนี้

เยติ มีประวัติอันยาวนานมากที่สุดในบรรดาเรื่องราวของมนุษย์วานรทั้งหมดของชาว ภูเขา คนที่เคยเห็นมันเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ มูลของมันถูกนำมาวิเคราะห์ รอยเท้าถูกบันทึกภาพไว้และ ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง เยติเริ่มเป็นที่รู้จักโดยบุคคลภายนอกจากนักบุกเบิก ในปลายยุค 1950 และ 1960

เยติเป็นตำนานที่มีค่าทางพาณิชย์กับประเทศเนปาล นำรายได้จากชาวต่างชาติ มีสายการบิน เยติแอร์ไลน์ และโรงแรม แยกแอนด์เยติ (Yak and Yeti, Yak หมายถึง จามรี)

ณ วัดแห่ง หนึ่ง ในร่มเงาของยอดเขาเอเวอเรสต์ ท่านเจ้าอาวาสบอก ว่า มักจะมีฝูงเยติมาเยือนทางวัดอยู่ เสมอในแต่ละปี คำบรรยายที่มีสีสันของการโจมตีโดยเยติถูกรายงาน ไปยังกาฐมาณฑุ เด็กหญิงชาวเชอร์ปา ผู้หนึ่งชื่อว่า ลาคห์หาโดมานิ " เราไม่สามารถหาคำอธิบายอื่นใด ได้นอกจากว่านั้นคือ สิ่งมีชีวิตที่ไม่ปรากฏหลักฐานที่ยังต้องทำการ ค้นหากันต่อไป "

อ้างอิงจาก   วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เอามาฝากเพิ่มเติมอีกนิด คิคิ
 
บันทึกการเข้า

IP

สวัสดีครับ คุณ ผู้เยี่ยมชม กระผมชื่อ Kwanan_MicK ครับ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Creative Commons License

เนื้อหาในเว็บนี้ทั้งหมดอยู่ในสัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ (คลิกด้านบนเพื่อดูข้อมูล) โดยผู้ใช้สามารถคัดลอกเนื้อหาจากเว็บนี้ไปใช้ได้ภายใต้ เงื่อนไขต่อไปนี้ คือ ต้องให้เครติดเจ้าของงานโดยลิงค์กลับมาหรือบอกว่าเนื้อหานำมาจากเว็บโซนไอที และควรจะระบุด้วยว่า ข้อมูลที่นำมา อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ หากพบเนื้อหาในเว็บโซนไอที ไปคัดลอกจากที่อื่นมาโดยไม่ให้เครดิตกรุณาติดต่อกำนัน

รูปแบบธีมของเว็บ อันได้แก่ชุดสี รูปภาพ และ โค้ดต่าง ๆ คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ เพราะเราเชื่อว่าแรงบันดาลใจอาจทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ
แต่ทางเราขอสงวนเฉพาะสโลแกน ข้อความ และ รูปภาพ อันเป็นเอกลักษณ์ของเว็บไซต์ที่จะเป็นลิขสิทธิ์ของ โซน-ไอที.คอม


ติดต่อ-สอบถาม ผู้ดูแลเว็บ : admin@zone-it.com
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.7 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.344 วินาที กับ 40 คำสั่ง