ยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือน กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
 
Please Login!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - สมาชิกธรรมดา ตาดำๆ

หน้า: [1] 2 3 ... 158
1
            คุณครูที่ลืมน้องพอตเตอร์ไว้รถจนเสียชีวิต ได้ไปร่วมงานศพและเข้าขอขมาต่อพ่อแม่เด็กแล้ว โดยขออโหสิกรรมที่ทำให้เด็กเสียชีวิต และยอมรับว่า ตนประมาทเอง

            จากกรณี ด.ช.สุริยการ พากัน หรือ น้องพอตเตอร์ อายุ 3 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ เสียชีวิต เนื่องจาก น.ส.อัมพิกา เพชรนาม ครูซึ่งเป็นคนขับรถลืมทิ้งไว้ในรถปิกอัพรับ-ส่งนักเรียนนานกว่า 7 ชั่วโมง โดยเหตุเกิดวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังครูคนดังกล่าวได้เข้ามอบตัว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ด้านเจ้าตัวรู้สึกเสียใจพร้อมกับยืนยันว่า จะรับผิดชอบทุกอย่าง ก่อนถูกควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวานนี้ (16 พฤษภาคม) ที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษ นางประนอม เพชรนาม แม่ของ น.ส.อัมพิกา และญาติ ๆ ได้ยื่นเงินสดจำนวน 9 หมื่นบาท ขอประกันตัว น.ส.อัมพิกา ออกไป ซึ่งศาลได้อนุญาต เนื่องจาก น.ส.อัมพิกา ได้เดินทางเข้ามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนเอง และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี

            จากนั้นในช่วงค่ำ น.ส.อัมพิกา พร้อมญาติ ๆ ได้เดินทางไปที่บ้านของน้องพอตเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ 12 บ้านหนองใหญ่ ต.หนองห้าง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ และยังเป็นสถานที่จัดพิธีสวดบำเพ็ญกุศล เพื่อขอขมาศพ และขอขมาพ่อแม่และญาติ ๆ ของน้องพอตเตอร์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

            ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อัมพิกา มีสีหน้าเศร้าหมองและร้องไห้ตลอดเวลา โดย น.ส.อัมพิกา ได้เข้าไปจุดธูปไหว้ขอขมาศพ จากนั้นได้นำขันดอกไม้ไปขอขมาพ่อแม่และญาติ ๆ ของน้องพอตเตอร์ พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประมาทของตนเอง ต้องขอโทษทุกคนด้วย จากนั้น น.ส.อัมพิกา ได้ก้มลงกราบที่พื้น โดยมีนายเลิศบุศย์ กองทอง นายอำเภออุทุมพรพิสัย นายบุญมา นวลสาย เจ้าของโรงเรียนที่เกิดเหตุ และชาวบ้านจำนวนมากเข้าร่วมพิธี

            โดยในภายหลัง น.ส.อัมพิกา ได้กล่าวว่า ขณะนี้ทางบริษัทประกันภัยที่ทำประกันไว้ได้ติดต่อทางญาติของน้องพอตเตอร์แล้ว โดยจะจ่ายค่าสินไหมรวมทั้งสิ้น 600,000 บาท ส่วนตนได้ช่วยเงินค่าทำศพเบื้องต้นอีก 20,000 บาท และจะทำการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป ซึ่งตนยืนยันว่า น้องพอตเตอร์เป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ของโรงเรียนแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คงเป็นตราบาปติดตัวตนไปตลอดชีวิต

            ด้าน น.ส.ธัญยธรณ์ บุญมา แม่ของน้องพอตเตอร์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าคุณครูเป็นคนรักเด็ก และเชื่อที่คุณครูกล่าวขอโทษ เพราะคุณครูคนนี้มักซื้อขนมให้เด็ก ๆ กินเป็นประจำ แต่ตนยังไม่รับการขออโหสิกรรมในตอนนี้ เพราะยังทำใจไม่ได้ และคงต้องขอเวลาอีกสักพัก ส่วนเรื่องที่ทางโรงเรียนออกมาให้ข้อมูลว่า น้องพอตเตอร์ไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียนและมีข่าวว่าคุณครูคนดังกล่าวเป็นญาติกับตนนั้น ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งตนรู้สึกว่า ทางโรงเรียนพยายามปัดความรับผิดชอบ คงต้องมีการพูดคุยหรือดำเนินการอื่น ๆ ต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
เดลินิวส์

2
            เสื่อม! พระชรา อายุ 79 ปี ขอซื้อบริการจากหญิงสาวอายุ 21 ปี จำนวนเงิน 400 บาท ก่อนพาเข้าห้องเช่า ตำรวจเข้ารวบตัวพบทั้งคู่ท่อนล่างเปลือย และถุงยางอนามัยใช้แล้ว

            วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองขอนแก่นได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีพระสงฆ์ห่มผ้าเหลืองรูปหนึ่งพาหญิงสาวเข้าพักในห้องเช่า เป็นตึกแถวเล็ก ๆ นานหลายชั่วโมง โดยหอพักดังกล่าวไม่มีชื่อตั้งอยู่ที่ซอยรจนา ถนนกลางเมือง เทศบาลนครขอนแก่น จึงเร่งเข้าไปตรวจสอบ

            เมื่อเข้าไปตรวจสอบ พบพระสงฆ์รูปหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่า พระครูสมชัย ธีรวโส หรือ นายสมชัย วิไลมาตย์ อายุ 79 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.โนนสมบูรณ์ อ.เขาสวนกลาง จ.ขอนแก่น และ หญิงสาว ทราบชื่อคือ น.ส.พรทิพย์ จัตวานิช อายุ 21 ปี อยู่ในห้องเช่า สภาพท่อนล่างเปลือยเปล่าทั้งคู่

            จากการสอบสวนทราบพระครูสมชัย ยอมรับว่า ได้ร่วมหลับนอนกับ น.ส.พรทิพย์จริง โดยพบกันที่ บขส.ขอนแก่น จึงขอซื้อบริการจำนวน 400 บาท และพากันนั่งรถมาที่ห้องเช่าดังกล่าว เมื่อตรวจค้นภายในห้องพบถุงยางอนามัยใช้แล้วจำนวน 2 ชิ้น ทิ้งอยู่ในถังขยะในห้อง สอบถาม น.ส.พรทิพย์ บอกว่า ตอนแรกกะว่าเสร็จกิจแล้วจะขอเพิ่มอีก 2,000 บาท แต่มาโดนจับเสียก่อน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวทั้งคู่ไปยังสถานีตำรวจ และนำตัวพระครูสมชัยไปทำการสึกจากพระก่อนรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

3
          รวบโจรชาวสวิสหนีคดีปล้นธนาคาร หอบเงินสดซื้อบ้านหรู-รถอีกเพียบ กบดานไทย เตรียมสอบช่องทางหอบเงินข้ามประเทศ

          เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวจับกุม นายเอ็นโซ แกร์เบอร์ อายุ 42 ปี ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ต้องหาร่วมกันปล้นธนาคารเบิร์นเดอร์ ในเมืองเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จำนวนหลายล้านบาท เมื่อเดือนมีนาคม 2556 แล้วหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย

          โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากดีเอสไอได้รับการประสานจากผู้ช่วยทูตตำรวจประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขอให้จับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวที่หลบหนีเข้ามาซื้อคฤหาสน์หรูที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดีเอสไอจึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ร่วมกับกองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3)  และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการสืบสวนและเพิกถอนการอนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรของนายเอ็นโซ เนื่องจากมีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามตาม ม. 12 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

          ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ยึดสร้อยคอทองคำหลายขนาด รวม 15 เส้น สมุดบัญชีธนาคารต่าง ๆ จำนวนเงินรวมกว่า 4 ล้านบาท เงินสดจำนวน 60,000 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท โฉนดที่ดิน รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ รถมอเตอร์ไซค์วิบาก และรถยนต์รวม 19 คัน และเงินฟรังก์สวิส จำนวนหนึ่งไว้ตรวจสอบ

          จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นายแกร์เบอร์มีภรรยาเป็นชาวไทย เคยเข้ามาอาศัยในประเทศไทยก่อนหน้าลงมือก่อเหตุแล้ว ซึ่งจากข้อมูลลับพบว่านายแกร์เบอร์ได้วางแผนปล้นธนาคารในประเทศบ้านเกิด เพื่อนำเงินที่ได้มาใช้ชีวิตอย่างหรูหราในประเทศไทย แต่นายแกร์เบอร์ ให้การปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการปล้นธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ ทำผิดเพียงอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดเท่านั้น แต่ดีเอสไอมีพยานหลักฐานชัดเจน อีกทั้งได้ตรวจสอบสมุดบัญชีธนาคารของภรรยาชาวไทยและบุคคลใกล้ชิดของนายแกร์เบอร์ พบว่ามีเงินโอนเข้ามาจำนวนมากหลังก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคาร ส่วนบัญชีธนาคารของนายแกร์เบอร์มียอดหมุนเวียน 4 ล้านบาท

          อย่างไรก็ดี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งข้อกล่าวหาอยู่ในประเทศเกินกำหนดอนุญาต พร้อมขยายผลตรวจสอบหาเงินหรือทรัพย์สินของนายแกร์เบอร์ที่เหลือ และสอบสวนขยายผลว่า ผู้ต้องหานำเงินจำนวนมากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาได้อย่างไร ส่วนคดีชิงทรัพย์ธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์จะประสานสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์เพื่อส่งตัวนายแกร์เบอร์ไปดำเนินคดีที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
Matichon Online

4
เด็กทารกเพศชายวัยประมาณ 10-15 วัน ถูกทิ้งที่บนสะพานลอย หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 พ.ค.) เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู รับแจ้งพบเด็กทารกแรกเกิดถูกทิ้งไว้บนสะพานลอย หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี คาดว่าอายุประมาณ 10-15 วัน เป็นเพศชาย รูปร่างหน้าตาดี ผิวขาว และจมูกโด่ง นอกจากนี้ยังพบหมวกไหมพรหมสีชมพู และเสื้อแจ็กเก็ตสีครีมแขนยาว 1 ตัว ห่อหุ้มตัวเด็กไว้

สอบถามนายณัฐธยานนท์ ถาวระ อายุ 27 ปี ให้การว่า ตนเองลงจากรถและขึ้นสะพานลอยที่หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อลงมาถึงชั้นพักเท้า ก็พบว่ามีห่อผ้าคล้ายๆ มีเด็กอยู่ ตนเองจึงไปเรียกเจ้าหน้าที่ รปภ.อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ที่อยู่ด้านล่างให้มาดูเด็กที่ร้องด้วย จากนั้นก็นำเด็กทารกแรกเกิดลงมา พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ ก่อนนำไปลงประจำวันไว้ และนำส่งสถานแรกรับเด็กอ่อน ย่านคลองห้า อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ตามถนนจะได้ติดตามหาพ่อแม่ของเด็ก หรือบุคคลที่นำเด็กมาทิ้งไว้ต่อไป

Sanook News

5
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ไม่รู้ว่าหนุ่ม ๆ เคยลองสังเกตตัวเองบ้างหรือไม่ว่า คุณเองก็ไม่ใช่ผู้ชายนิสัยแย่อะไร หน้าตาก็จัดว่าปานกลาง ถึงไม่ได้หล่อขั้นเทพ แต่ก็ไม่เลวร้ายสักหน่อย แล้วทำไม๊ ทำไม จีบหญิงกี่ราย ๆ ก็ไม่ติดสักที จนได้แต่แอบเจ็บใจมองคู่รักคู่อื่นด้วยความอิจฉาอยู่ตลอด ซึ่งที่เป็นแบบนี้อาจเพราะคุณเผลอทำเรื่องผิดพลาดในการเข้าหาผู้หญิงโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวมวิธีจีบหญิงแบบผิด ๆ ที่ผู้ชายมักเผลอทำมาบอกกัน ลองมาดูสิว่ามีข้อไหนที่คุณเคยเผลอทำไปบ้างหรือเปล่า?

          1. เข้าหาผิดวิธี

          คุณจะเป็นเพื่อนชายคนใหม่ในชีวิตของเธอหรือเป็นแค่คนที่พบเพื่อเพียงผ่านเข้ามา ก็ขึ้นอยู่กับวิธีทำความรู้จักที่คุณเลือกใช้นี่แหละ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือให้เพื่อนช่วยแนะนำให้รู้จักกัน หรือถ้าคุณไม่มีคนรู้จักเหมือน ๆ กับเธอเลย ก็ใช้วิธีพูดกับเธอตรง ๆ ด้วยความจริงใจนี่แหละ อย่าทำอะไรอ้อมค้อมให้ดูเป็นหนุ่มเจ้าเล่ห์เลย อย่างไรก็ดี ถ้าเธอปฏิเสธไปแล้วก็อย่าไปตามตื๊อเธออีก เพราะสาวเจ้าแสดงออกชัดแล้วว่าไม่ต้องการรู้จักคุณ ขืนตื๊อไปก็เสียเวลาเปล่า แถมยังดูเป็นพวกโรคจิตในสายตาเธออีกต่างหาก..มีแต่เสียกับเสียเลยนะนั่น

          2. ถูกปฏิเสธแล้วยังไม่รู้ตัว

          รู้ไว้เถอะว่าผู้หญิงบางคนเขาก็ไม่กล้าพูดตรง ๆ แต่กำลังบอกอ้อม ๆ ว่าเธอไม่สนใจคุณอยู่ต่างหาก ซึ่งเธอจะใช้วิธีต่าง ๆ นานา เช่น หาเหตุผลสารพัดมาอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงนัดของคุณเป็นประจำ หรือพยายามตอบข้อความช้า ๆ ให้รู้ว่าไม่ได้ใส่ใจอยากคุยด้วยเลยสักนิด นั่นแหละ..พวกเธอกำลังบอกใบ้ให้คุณเข้าใจอยู่ และถ้าคุณยังฝืนตามตื๊อเธอต่อไป ก็คงได้แค่คะแนนความสงสารจากเธอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

          3. คิดไปเองว่ารู้จักเธอดี

          เอาล่ะ คุณโชคดีได้ทำความรู้จักเธอในระดับหนึ่ง จนมีชื่ออยู่ในลิสต์เพื่อนของเธอในเฟซบุ๊ก เวลาเธอโพสอะไรคุณก็มีโอกาสได้เห็นด้วย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณรู้จักเธอดีพอเสียหน่อย เพราะคนเราไม่ได้แสดงตัวตนที่แท้จริงผ่านทางเฟซบุ๊กกันหรอก ดังนั้นอย่าตีความไปเองว่าข้อมูลเหล่านี้ทำให้คุณรู้จักผู้หญิงเขาดีพอแล้ว และอย่าได้เอาไปพูดบ่อย ๆ ทุกรายละเอียดจนเธอรู้ตัวว่าคุณชอบแอบไปส่องเฟซบุ๊กเธอวันละหลายรอบด้วยล่ะ

          4. สนใจแต่เรื่องของตัวเอง

          จริงอยู่ว่าการรักตัวเองเป็นเรื่องดี ทว่าหากถึงขั้นสนใจแต่ตัวเองจนมองข้ามความรู้สึกของคนอื่นก็ไม่ไหวเหมือนกัน ซึ่งหนุ่ม ๆ ที่เปิดปากเล่าแต่เรื่องของตัวเองจนทำให้เธอต้องนั่งทำตัวเป็นผู้ฟังอย่างเดียว ไม่มีผู้หญิงคนไหนเขาชอบหรอก เพราะดูเป็นคนขี้คุยน่ารำคาญออกจะตายไป แถมยังดูเหมือนว่าคุณไม่ใส่ใจอยากรู้เรื่องของเธอบ้างเลยสักนิดอีกต่างหาก
ย้ำว่าคุณทำเพื่อเธอ

          5. ย้ำว่าคุณทำเพื่อเธอ

          มันเป็นเรื่องที่แสนจะโรแมนติกและน่ารักมาก ๆ เมื่อคุณลงทุนขับรถไกล ๆ เพื่อไปหาเธอ ดูหนังที่ไม่ได้ชอบเพื่อเอาใจ หรือเดินช้อปปิ้งเป็นเพื่อน แต่ทุกอย่างจะกลายเป็นหายนะขึ้นมาทันที เมื่อคุณเฝ้าย้ำอยู่ได้ว่า นี่ลงทุนทำเพื่อเธอเลยนะ เพราะมันเหมือนกับเป็นการทวงบุญคุณหวังผลตอบแทนที่ผู้ชายแมน ๆ เขาไม่ทำกันหรอก ของแบบนี้ผู้หญิงเขารู้แก่ใจอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องคอยย้ำให้เสียบรรยากาศหรอกน่า


          6. ขาดความเป็นสุภาพบุรุษ

          เธออาจเป็นสาวนักธุรกิจที่เก่งและแกร่งไม่แพ้ผู้ชาย แต่เมื่อออกมาเดทกับหนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องการให้ผู้ชายเทคแคร์เหมือนเธอเป็นเจ้าหญิงผู้บอบบางทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นแค่การทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเปิดประตูหรือเลื่อนเก้าอี้ให้ก็ได้คะแนนไปเต็ม ๆ แล้ว ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณไม่ดูแลเธอสักนิด ก็อย่าได้ฝันว่าจะมีเดทรอบต่อไปตามมาอีกเลย

          อ่านจบแล้วถ้าใครเคยเผลอทำสิ่งที่ไม่ควรพวกนี้ ต่อไปก็คอยเตือนตัวเองไว้ด้วยนะครับ เผื่อไปถูกใจใครใหม่คราวหน้า จะได้ทำให้เธอประทับใจจนคว้าใจมาเป็นแฟนได้ โดยไม่ต้องกินแห้วให้เจ็บใจเล่นอย่างที่เคยเป็นมาอีกยังไงล่ะ



6
          เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้สาว ๆ หันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น ก็เพราะกลัวว่าจะต้องอยู่กับความโสดไปตลอดชีวิต เลยยอมอดทนอดกลั้นทำทุกอย่างทั้งอดอาหาร ออกกำลังกาย ติดตามแฟชั่นของทุกแฟชั่นเพื่ออัพเดทให้อินเทรนด์อยู่เสมอ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องเหล่านี้ช่วยสร้างความประทับใจได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เพราะเมื่อหนุ่ม ๆ คิดจริงจังกับสาวสักคนมีรายละเอียดมากกว่านั้น โดยสิ่งที่พวกเขามองหาอยู่ก็คือ…

       1. ความมั่นใจ

          สาเหตุที่หนุ่ม ๆ ชอบมองสาวสวยแต่งตัวเซ็กซี่ไม่ได้เป็นเพราะรูปกายภายนอกของพวกเธอที่ดึงดูด สายตาเท่านั้น แต่ความมั่นใจในตัวเองของพวกเธอก็มีส่วนด้วยเช่นกัน ซึ่งความมั่นใจที่ว่านี้ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเข้าหาได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจ ถามคำตอบคำ หรือคอยตามใจพวกเขาไปเสียทุกอย่าง อีกทั้งในเวลาที่รู้สึกท้อแท้และต้องการกำลังใจก็สามารถจะพึ่งพาสาวประเภทนี้ได้

       2. รู้จักคิด

          นอกจากหนุ่ม ๆ จะชอบสาวที่มีความมั่นใจ แล้วก็ควรจะคิดเป็นและทำในสิ่งที่เหมาะสมด้วย ตั้งแต่การแต่งตัวไปจนถึงการเข้าสังคม ทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือคนอื่น ๆ และสามารถคุยในเรื่องที่เขาสนใจได้ ถึงแม้ไม่ได้รู้ลึกรู้จริงอย่างพวกเขา แค่มีข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ มาแลกเปลี่ยนกันฟังเขาพูดรู้เรื่องได้ก็พอ เช่น กีฬา เทคโนโลยี เกม เป็นต้น

       3. ดูดีตั้งแต่ภายนอก

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะตัดสินคนอื่นจากภายนอกก่อนเสมอ เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะไม่ชอบตามแฟชั่นสักเท่าไหร่ แต่ก็ควรดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าให้สะอาดสะอ้าน เรียบร้อยสมกับเป็นนิสัยในแบบฉบับของผู้หญิง และถ้าหากเป็นไปได้ควรดูแลรูปร่างตัวเองประกอบกันไปด้วย เพื่อลุคที่ดูดีและสุขภาพแข็งแรงของตัวเอง

       4. ความอิสระ

          ไม่ว่าหนุ่ม ๆ จะรักสาวคนนั้นมากแค่ไหนก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังต้องการพื้นที่ส่วนตัวด้วยอยู่ดี ฉะนั้น สาวที่จะโดนใจได้ก็ควรจะมีความรักอิสระ สามารถอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียวในเวลาที่เขาต้องการความเป็นส่วนตัว อย่างเช่น รู้จักแบ่งเวลาให้กับครอบครัว หรือนัดแนะกับเพื่อน ๆ ออกไปช้อปปิ้งหรือแฮงก์เอาท์กันบ้างในบางเวลา ไม่ทำตัวติดเขามากเกินไปจนทำให้รู้สึกอึดอัด

       5. เข้าใจง่าย

          อย่างที่รู้กันดีว่าหนุ่ม ๆ ไม่ชอบพูดอธิบายอะไรมาก และถ้าหากมีปัญหาก็ต้องการจะเคลียร์ให้จบภายในครั้งเดียว เพราะความคิดพวกเขาไม่ได้ซับซ้อนคิดมากอย่างสาว ๆ หลายคนคาดเอาไว้ นอกจากนี้ พร้อมที่จะทำความเข้าใจเขาด้วย เวลาที่เขาไม่มีเวลาให้ ผิดนัดบ้างในบางครั้ง หรือมีนิสัยบางอย่างที่ทำให้สาว ๆ ไม่พอใจ

       6. รักเดียวใจเดียว

          ถึงแม้หนุ่ม ๆ จะมีนิสัยเจ้าชู้อยู่ในตัว แต่เมื่อพวกเขารักใครจริง ๆ แล้วก็จะไม่มองคนอื่นอีกเลย ซึ่งพวกเขาก็ต้องการให้สาว ๆ ทำแบบนี้เช่นเดียวกัน และคงทนไม่ได้หากรู้ว่าสาวคนรักของตัวเองแอบคบคนอื่นไปพร้อมกันด้วย นอกจากนี้ สาวที่เขาจริงจังด้วยควรจะเป็นคนที่พร้อมจะยืนเคียงข้างเสมอ ทั้งในเวลาทุกข์และสุข

       7. วางตัวแบบผู้ใหญ่

          สาวขี้อ้อนทำตัวแบบเด็กอาจจะดูน่ารักในช่วงแรก ๆ แต่คงไม่ใช่คนที่พวกเขาจะสานสัมพันธ์ด้วยในระยะยาวอย่างแน่นอน เพราะในชีวิตแต่ละวันต้องเจอกับปัญหามากมายทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ฉะนั้น สาว ๆ ที่พวกเขาต้องการควรจะรู้จักวางตัวแบบผู้ใหญ่เป็นเพื่อนช่วยคิด และคอยเป็นที่พึ่งพาด้วยในบางครั้งไม่ใช่งอแงเอาแต่ใจแบบเด็ก ๆ ทำให้เหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

       8. เข้ากับคนอื่นง่าย

          นิสัยตรงจุดนี้ค่อนข้างสำคัญมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเวลาที่เขารู้สึกว่าอยากจะพาสาวคนนั้นไปทำความรู้จักกับครอบครัวของตัวเอง เพราะสาวประเภทนี้จะรู้วิธีที่จะเข้าหาคนอื่นก่อน และปรับตัวเก่งรู้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งสามารถทำให้พ่อแม่ของพวกเขาสามารถประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น และไม่มีปัญหาอื่น ๆ ตามมาภายหลังน้อยกว่า

       9. ดูแลเขาได้

          คำว่าดูแลในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องหาเลี้ยงหรือกลายเป็นผู้นำครอบครัว แต่เป็นการช่วยดูแลเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเขา อย่างเช่น คอยทำกับข้าวให้ทาน รีดเสื้อผ้าให้ หรือเป็นห่วงความรู้สึกเท่านั้นเอง เพราะเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถทำได้และทำให้รู้สึกว่ากลายเป็นคนสำคัญในชีวิตของสาว ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถดูแลเรื่องอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

       10. เป็นกองหลังที่ดี

          หนุ่ม ๆ ก็ต้องการกำลังใจและคนสนับสนุนที่ดีเช่นกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เพราะทำให้พวกเขารู้สึกมั่นใจ มีพลังในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องงานเพราะสิ่งนี้เป็นเหมือนอนาคตของพวกคุณด้วย ถ้าหากสาวที่ชอบมีความเห็นแตกต่างนอกจากจะทำให้มีปากมีเสียงกันบ่อยครั้ง แล้วยังบั่นทอนกำลังใจให้น้อยลงด้วย


          สาว ๆ ไม่จำเป็นต้องมีครบทั้ง 10 ข้อดังกล่าวไปก็ได้ เพียงแค่มีข้อสองข้อก็พอ ส่วนอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ เรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน ความรักจะได้มั่นคงและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสุขไปตราบนานเท่านาน



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

7
ผู้หญิงยุค 3G ทำอะไรต้องรวดเร็วทันใจไปหมดไม่เว้นแม้กระทั่งการลดความอ้วน ที่ยอมทำทุกอย่างทั้งอดอาหาร ไม่กินของมัน งดแป้ง สารพัดจะทำแต่กลับหันไปพึ่งพา "ยาลดความอ้วน" ที่มีอยู่เต็มท้องตลาดหาซื้อง่ายๆ ไว่าจะเป็นลดพุง ลดน่อง ลดสะโพก ลดต้นแขน ฯลฯ กินแล้วน้ำหนักลดลง แต่เสี่ยงหัวใจล้มเหลว และตายได้ นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงตามมาอีกมากมาย

แต่ถามว่าทำไมผู้หญิงเหล่านี้ยอมเสี่ยง แล้วคุณรู้ไหมว่ายาเหล่านี้มีส่วนผสมของอะไรบ้าง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)แจงส่วนผสมยาลดความอ้วนส่วนใหญ่คือ แอมฟีปาโมนและเฟเทอร์มัน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง ลดความอยากอาหารแต่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายทำให้นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ความดันโลหิตสูง หงุดหงิด หัวใจเต้นเร็ว หากใช้ยาติดต่อกันนาน ๆ จะทำให้เกิดการติดยาและทำให้เป็นโรคจิตได้

จากการสำรวจตลาดซื้อขายยาลดความอ้วนทางอินเทอร์เน็ตพบว่า มีการประกาศขายตัวยาลดความอ้วน "ไซบูทรามีน" ผ่านทางเว็บบอร์ดและเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 3 แสนรายการ โดยยาที่ขายนั้นจะเป็นกล่องใส่เม็ดยาขนาด 15 มก. จำนวน 30 เม็ด ขายในราคาประมาณ 1,800-2,500 บาท หรือบางแห่งประกาศขายเป็นเม็ดขนาด 20 มก. ในราคาเม็ดละ 40 บาท หากซื้อ 100 เม็ดขึ้นไปจะเหลือเม็ดละ 35 บาท ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อความโฆษณาหรืออวดอ้วงสรรพคุณเกินจริงหลายอย่าง ทั้งที่จริงๆแล้วไม่มียาไหนลดน้ำหนักได้ผลเท่ากับการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นสาวๆอย่าเสี่ยงชีวิตแค่เพียงยาไม่กี่เม็ดดีกว่านะคะ

ข้อมูลจาก : Chalida Rita

8
          หากใครกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนในวันหยุดหรือเที่ยวประจำปี ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก กิจกรรมดำน้ำ หรือตีกอล์ฟ ฯลฯ กระปุกท่องเที่ยวขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองไปเดิน "งานท่องเที่ยว 2556" ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2556 จัดโดยบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออแกไนเซอร์ จำกัด (NEO)

          ซึ่งมีการจัดพร้อมกับถึง 3 งาน ได้แก่ งานมหัศจรรย์ท่องเที่ยวไทย 2556, Thailand Travel & Dive Expo 2013 และ Thailand Golf Expo 2013 ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้...

 มหัศจรรย์ท่องเที่ยวไทย ท่องทั่วโลก 2556

          งานมหัศจรรย์ท่องเที่ยวไทย 2556 (Wonderful Thailand Wonderful World 2013) จัดขึ้นในวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2556 ณ อาคารซี ชั้น 1-2, เพลนารีฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. เพื่อขานรับนโยบายในการส่งเสริม และสนับสนุน ธุรกิจท่องเที่ยวให้เติบโต ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น รวมถึงเป็นการกระตุ้นยอดขายทางด้านการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ตั้งแต่ช่วงกรีนซีซั่นจนถึงไฮซีซั่น

          งานท่องเที่ยวที่จะเปิดมุมมองใหม่ให้คุ้มค่าทุกประสบการณ์การเดินทาง โดยภายในงานจะมีบูธโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก, แพ็กเกจทัวร์, บริษัทนำเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ, สื่อเพื่อการท่องเที่ยว, สายการบิน เรือสำราญ รถเช่า, สินค้า/บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง, สถานที่ท่องเที่ยว, สถานบันเทิง ภัตตาคาร, องค์กร/หน่วยงานการท่องเที่ยว และของที่ระลึก อาหารดี 4 ภาค นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษ คือ การจับรางวัลผู้โชคดี เมื่อซื้อสินค้าและบริการภายในงานครบทุก 2,000 บาท และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

          และพิเศษสุดคุ้มสำหรับคนชอบเที่ยวแบบชิล ๆ ไม่เบียดใคร เตรียมมาเลือกซื้อแพ็กเกจ "วันธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา 2556" (Not an Ordinary Weekday) บริเวณอาคารซี ชั้น 2 ซึ่งจะรวบรวมแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาพิเศษเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในวันธรรมดา (วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี) อีกทั้งยังมี Promotion สุดคุ้มในงาน ซื้อ 1 แถม 1 หรือ ลดสูงสุด 60% (โปรดตรวจสอบเงื่อนไขจากผู้ประกอบการแต่ละบูธ) อีกทั้งผู้ซื้อแพ็กเกจภายในงานยังได้ร่วมลุ้นเที่ยวฟรี ตั๋วเครื่องบินฟรี และหากซื้อครบทุก ๆ 3,000 บาท รับคูปองชิงโชครถยนต์

          ทั้งนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.wonderfulthailand.net และ เฟซบุ๊ก มหัศจรรย์ท่องเที่ยวไทย Wonderful Thailand

 Thailand Travel & Dive Expo 2013

          งาน Thailand travel & dive expo 2013 จัดขึ้นวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวดำน้ำของเอเชีย ส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและท่องเที่ยวดำน้ำ รวมถึงสนับสนุนให้กีฬาดำน้ำและกีฬาทางน้ำเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น และเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งดำน้ำต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ทั้งในกลุ่มคนไทยและต่างชาติ

          ภายในงานยังมีบูธจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อการดำน้ำ และกีฬาทางน้ำ, สถาบันการสอนดำน้ำ, บริษัทนำเที่ยวเพื่อการดำน้ำ, โรงแรม รีสอร์ทที่พักใกล้แหล่งดำน้ำ, ชุดดำน้ำ ชุดว่ายน้ำ, อุปกรณ์ถ่ายภาพและวิดีโอ, เรือเช่าเพื่อการดำน้ำ เรือ Live-aboard, อุปกรณ์เดินป่า ปีนหน้าผา และกีฬาผจญภัย, อุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อการดำน้ำ และองค์กร/หน่วยงานการท่องเที่ยว นอกจากนี้ เตรียมพบกับแท็งก์น้ำอะคริลิกขนาดยักษ์พร้อมการสาธิตอุปกรณ์ดำน้ำสุดล้ำในงาน พร้อมพิเศษสุด ๆ สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากลองดำน้ำ สามารถมาทดลองดำน้ำได้ โดยมี Instructor แนะนำอย่างใกล้ชิด

          ทั้งนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailanddiveexpo.com และ เฟซบุ๊ก Thailand Dive Expo (TDEX)

 Thailand Golf Expo 2013

          งาน Thailand Golf Expo 2013 มหกรรมงานกีฬากอล์ฟที่นำเสนอแพ็กเกจสนามกอล์ฟและอุปกรณ์ในราคาพิเศษ รวมถึงกิจกรรมท้าทายฝีมือกอล์ฟ โดยจัดขึ้นในวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. ณ เพลนารีฮอลล์ 1 (Plenary Hall 1) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟอย่างต่อเนื่อง ประชาสัมพันธ์กอล์ฟรีสอร์ทและสนามกอล์ฟของประเทศไทย ไปยังกลุ่มผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ

          โดยภายในงานจะมีการจัด Meet & Match Session เพื่อให้กลุ่มผู้ประกอบการได้พบและเจรจาธุรกิจกับกลุ่มผู้ซื้อ ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นเจ้าภาพเชิญมาจากต่างประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนางานนี้ให้เป็นงานแสดงสินค้าและบริการด้านธุรกิจกอล์ฟประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย อีกทั้งมีกิจกรรมการแข่งขัน 1 พัตต์ 1 แสน และการทดสอบวงสวิงในสนามไดร์ฟกอล์ฟจำลอง เป็นต้น

          ทั้งนี้ คณะผู้จัดงาน ขอความร่วมมือในการ "ลงทะเบียน" เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าชมงาน ขอความร่วมมือผู้เข้าชมงานทุกท่าน กรุณาลงทะเบียน เพื่อเข้าชมงานบริเวณหน้าห้องเพลนารีฮอลล์ หรือดูรายละเอียดของงานเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandgolfexpo.com และ เฟซบุ๊ก Thailand Golf Expo 

          อย่างไรก็ตาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานทั้งหมดได้ที่ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออแกไนเซอร์ จำกัด โทรศัพท์ 02-203 4222-6 หรือเว็บไซต์ www.nccexhibition.com


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

9
            คนงานนับสิบรุมยำตำรวจจนน่วม อาการสาหัส ขณะแฝงตัวเป็น รปภ. หาข่าวยาเสพติด สารภาพแค้นเคยถูกแจ้งจับบ่อนพนันในแคมป์

            วันนี้ (14 พฤษภาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนงานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงรุมทำร้าย พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่อมไธสง สารวัตรงานฝ่ายอำนวยการข่าวตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะปลอมตัวเข้าไปหาเบาะแสยาเสพติด ล่าสุดแพทย์ช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว

            จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า เมื่อกลางดึกคืนวานนี้ บริเวณแคมป์คนงานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้า ตรงข้ามห้างบิ๊กซี สาขาบางใหญ่ จ.นนทบุรี คนงานร่วม 10 คน ได้เข้าไปรุมทำร้าย พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาเหตุเนื่องจากไม่พอใจที่ พ.ต.ท.สมบูรณ์ แจ้งความตำรวจให้มาจับบ่อนพนันภายในแคมป์ ระหว่างปลอมตัวเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย

            นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในป้อมยาม จนสามารถจับคนงานที่ก่อเหตุได้ 3 คนคือ นายบุญธรรม สีดามุย, นายวิโรจน์ เสนาแก้ว และนายอัครนนท์ อิ่มสำอาง ส่วนที่เหลือหลบหนีไปได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่พนักงาน ขณะปฏิบัติงานจนได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมทั้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน พร้อมให้ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีรีบเข้ามอบตัว

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
ไทยพีบีเอส

10
            เกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้นเมื่อรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ซิ่งฝ่าไฟแดงบริเวณสี่แยกสลกบาตร จ.กำแพงเพชร ชนกับรถจักรยานยนต์ 5 คัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 ราย บาดเจ็บสาหัส 5 ราย

            เมื่อวานนี้ (13 พฤษภาคม 2556) เวลา 08.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขาณุวรลักษณ์บุรี จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งอุบัติเหตุที่สี่แยกไฟแดงสลกบาตร ถ.พหลโยธิน หมู่ที่ 1 ต.สลกบาตร อ.ขาณุวรลักษบุรี โดยอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากรถบรรทุก 18 ล้อ ทะเบียน 70-5220 ลำปาง หมายเลขพ่วงท้าย 70-2154 ข้างรถติดสติกเกอร์ หจก.รัศมีเรืองชัย บรรทุกปูนขาว ขับขี่โดย นายวันรบ หลอมทอง อายุ 31 ปี ชาว จ.พิษณุโลก พุ่งชนกับรถจักรยายนต์ จำนวน 5 คัน ทำให้ผู้ที่โดยสารมากับรถจักรยานยนต์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 2 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี และโรงพยาบาลกำแพงเพชร อีก 2 ราย รวมเป็น 4 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย ทั้งหมดอาการสาหัส

            จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถจักรยานยนต์ทั้ง 5 คัน วิ่งข้ามแยกดังกล่าวโดยมองไม่เห็นรถพ่วง 18 ล้อ ซึ่งวิ่งฝ่าไฟแดงมาชนกันเข้าอย่างจัง ส่วนคนขับรถพ่วงคือนายวันรบได้พยายามขับรถหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวได้ขณะอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 800 เมตร จึงได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส อันตรายแก่กาย หรือจิตใจ และทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ฯลฯ

            ด้าน นายวันรบ คนขับรถบรรทุก เปิดเผยว่า ขับรถออกมาจากโรงปูนที่ จ.สระบุรี เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ต้องรีบไปด่านศุลกากร อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนเที่ยง ขณะขับรถมาถึงสี่แยกที่เกิดเหตุ ความเร็วรถอยู่ระดับที่ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตนเห็นสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีส้ม จึงเร่งส่งเครื่องยนต์ แต่ตัวพ่วงไปไม่พ้นจึงเกิดเหตุขึ้นดังกล่าว

            สำหรับผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คือ นางสุมาลี ดีคำ อายุ 45 ปี และ ด.ช.ภานรินทร์ ผึ้งเผื่อน อายุ 5 ขวบ ส่วนผู้บาดเจ็บที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี และโรงพยาบาลกำแพงเพชร แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมามี 2 ราย คือ น.ส.อรทัย ล่มทา อายุ 36 ปี และ น.ส.นิตยา ดีคำ อายุ 31 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 5 ราย มีรายชื่อ ดังนี้

            นายวัชรินทร์ พงษ์รอด 45 ปี
            น.ส.วันวิสา วันชุรี 19 ปี
            นางสุกัญญา วันชุรี 55 ปี
            นายทอง ปั้นแดง 56 ปี
            ด.ช.นนทชัย ปั้นแดง อายุ 8 ปี

สำหรับรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 5 คัน ได้แก่

            รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว-ดำ ทะเบียน ลพธ 919 กรุงเทพมาหนคร
            รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ขคจ 197 กำแพงเพชร
            รถจักรยานยนต์ซูซูกิ สีแดง ขลจ 423 นครราชสีมา
            รถจักรยานยนต์ซูซูกิ สีบรอนซ์ กลว 61 กำแพงเพชร
            รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีเหลือง 1 กก 6393 กำแพงเพชร


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
ข่าวสด

11
            รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยูชนกับรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นร่างกระเด็นตกจากสะพานข้ามมอเตอร์เวย์ สูง 5.5 เมตร จนเสียชีวิตคาที่

            เมื่อเวลา 23.15 น. ของวานนี้ (13 พฤษภาคม 2556) พ.ต.ท.ชวลิตร แสงพงษ์พิทยา สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุคือบริเวณสะพานข้ามสาย 9 (วงแหวนบางปะอิน-บางนา) ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ หมายเลขทะเบียน กง-2766 ปทุมธานี จอดอยู่ริมทาง ด้านหน้ารถฝั่งขวามีร่องรอยการเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย กระจกด้านหน้าแตก ล้อหน้าขวายางระเบิดพังยับเยิน       

            ทั้งนี้ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน องล-154 กทม. ล้มอยู่ โดยด้านหน้ารถมีร่องรอยการเฉี่ยวชน สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่ว ข้าง ๆ รถ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายเทียนชัย  ศาลากรชัย อายุ 47 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ประธาน อปพร.อบต.คลองห้า รุ่นที่ 2 สภาพขาขวาหัก จนข้อเท้าขาดออกจากกันและแขนขวายังมีแผลฉกรรจ์ อาการสาหัส หน่วยกู้ภัยต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาลคลองหลวงซึ่งอยู่ใกล้เคียง แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

            ขณะที่อีก 1 ราย ซึ่งเป็นผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ถูกแรงกระแทกขณะเฉี่ยวชน ทำให้ร่างกระเด็นร่วงสะพานข้ามสาย 9 ลงไปอยู่ที่พื้นถนนสายกาญจนาภิเษก หมายเลข 9 บางปะอิน-บางนา มุ่งหน้าบางนา หลักกิโลเมตรที่ 15 ซึ่งมีความสูง 5.5 เมตร เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อ คือ น.ส.สมจิตร นามสันเที๊ยะ อายุ 38 ปี ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูมีบาดแผลตามใบหน้าทราบชื่อคือ นายกิตติชัย ดีโร่ อายุ 26 ปี

            จากการสอบสวนนายกิตติชัย ผู้ขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลคู่กรณี ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังขับรถไปหาญาติที่ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ได้ขับคร่อมเลนมาในช่องทางเดินรถของตน จึงเกิดการชนกันอย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว จากนั้นตนจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

            ด้าน พ.ต.ท.ชวลิตร แสงพงษ์พิทยา สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์เพิ่งจะออกเวรจากงานรักษาความปลอดภัยในชุมชนและกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งลูกบ้าน เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ แต่ระหว่างทางกลับประสบอุบัติเหตุเสียก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวน พร้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

12
          ตำรวจแฝงตัวเป็นตากล้องสมัครเล่น บุกจับช่างภาพ-นางแบบ เปิดเว็บจัดทริปถ่ายนู้ด

          เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงผลจับกุมผู้ต้องหาจัดทริปถ่ายภาพนู้ดพร้อมช่างภาพยกแก๊ง ประกอบไปด้วย

          1. นายศุภรักษ์ เจริญรักษ์ หรือ อาท อายุ 30 ปี ผู้จัดการทริปถ่ายภาพนู้ด
          2. น.ส.บี (นามสมมติ) อาชีพพริตตี้
          3. นายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ช่างภาพนู้ดสมัครเล่น
          4. นายเอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ช่างภาพนู้ดสมัครเล่น

          พร้อมของกลาง กล้องถ่ายภาพนิ่งยี่ห้อนิคอน 3 ตัว และยี่ห้อแคนนอน 1 ตัว การ์ดเมมโมรีบันทึกภาพหญิงเปลือยกายโพสท่าต่าง ๆ ซึ่งจับกุมทั้งหมดได้ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านอินทามระ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงและเขตดินแดง กทม.

          ทั้งนี้ การจับกุมแก๊งผู้ต้องหาถ่ายภาพนู้ดดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนพบว่า มีการเปิดเว็บไซต์ชักชวนผู้ที่สนใจให้ไปร่วมถ่ายภาพนางแบบในลักษณะลามกอนาจาร อีกทั้งยังมีการติดต่อนัดหมายกันทางเฟซบุ๊ก โดยแบ่งเป็น 2 รอบ รอบเช้า 10.00-13.00 น. และรอบบ่าย 14.00-17.00 น. แต่ละรอบรับช่างภาพครั้ง 5-6 คนเท่านั้น ผู้จัดทริปให้เบอร์โทรศัพท์มือถือไว้ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส. จำนวน 3 นาย ติดต่อแฝงตัวเป็นนักถ่ายภาพ ซึ่งทางผู้จัดทริปถ่ายนู้ดนัดหมายให้ไปถ่ายรูปในวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องพักในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง คิดราคาค่าหัวคนละ 1,500 บาท

          เมื่อชุดจับกุมไปถึงห้องก็ชำระเงินค่าถ่ายภาพให้นายศุภรักษ์ และพบว่ามีนายเอ็มกับนายเอ มารอก่อนแล้วเพื่อเข้าร่วมทริปถ่ายภาพโป๊ด้วย จากนั้น น.ส.บี ก็ได้โพสท่าทางให้ตากล้องได้ถ่ายภาพประมาณ 100 กว่าภาพ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนเปลื้องเสื้อผ้าจนกระทั่งเปลือยกายโพสท่าให้ช่างภาพถ่ายรูป ชุดสืบสวนจึงแสดงตัวจับกุมดำเนินคดีนายศุภรักษ์ ในข้อหาช่วยให้เกิดการแพร่หลายภาพลามก ตาม ม.287 (1)(3) ป.อาญา

          ส่วน น.ส.บี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดี จากการตรวจสอบภาพในการ์ดยังพบว่ามีภาพถ่ายการร่วมประเวณีอีกด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนช่างภาพเพื่อขยายผลจับกุมแก๊งอื่น ๆ ต่อไป

          จากการสอบสวนนายศุภรักษ์ ให้การรับสารภาพว่า เคยจัดให้มีการถ่ายภาพนางแบบนู้ดดังกล่าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง จัดช่วงเช้ากับช่วงเย็นเก็บค่าหัวคนละ 1,200-1,500 บาท ส่วน น.ส.บี พริตตี้สาว ให้การว่า เคยเป็นพริตตี้รถยนต์ และกำลังจะเข้าเรียนปี 1 ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยทำมาแล้ว 4 ครั้ง ได้ค่าจ้างตกรอบละ 4,000-5,000 บาท ส่วนการที่มาเป็นนางแบบนู้ดนั้นก็จากที่มีการโพสต์ชักชวนกันในอินเทอร์เน็ต

          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สั่งการให้ตำรวจ กก.ดส. สืบสวนขยายผลจับกุมแก๊งดังกล่าวว่ามีการดำเนินการที่ใดอีกหรือไม่ เนื่องจากหลักฐานภาพถ่ายเชื่อว่าน่าจะมีการทำในลักษณะนี้อีกหลายแห่ง


เรียบเรียงข้อมูลโดนกระปุกดอทคอม

13
          ถ้าคุณวิ่งชนกำแพงของการลดน้ำหนัก นี่คือการปรับเปลี่ยนสองด้านที่จะสามารถช่วยคุณข้ามจุดสะดุดของการลดน้ำหนักมาได้ และลดน้ำหนักลงได้อีกครั้ง

          คุณลดน้ำหนักลงได้หลายกิโลแล้ว แต่กลับมาพบว่าน้ำหนักตัวเองไม่ลดลงอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่คิดว่าตัวเองยังทำทุกอย่างถูกต้องอยู่ นั่นแสดงว่า คุณกำลังวิ่งชนกำแพงของการลดน้ำหนักเข้าแล้ว! ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องปกติอย่างมาก เพราะร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการเผาผลาญแคลอรี่ และเพื่อที่จะเริ่มลดน้ำหนักอีกครั้ง คุณจะต้องเปลี่ยนแปลงทั้งอาหารการกิน และการออกกำลัง เพื่อท้าทายร่างกายของคุณอีกครั้ง

 การออกกำลัง

ความหลากหลาย

          เปลี่ยนมาใช้เครื่องออกกำลังที่ไม่เคยใช้มาก่อน หรืออาจลองใช้เครื่องหลายอย่าง เพื่อให้อัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น เพราะคุณได้ใช้กล้ามเนื้อที่ไม่เคยถูกใช้มาก่อน หรือลองเข้าคลาสแอโรบิก หรือออกไปเดินเล่นในวันหยุด ประเด็นก็คือ ควรทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ความหนัก

          การค้นพบล่าสุดชี้ว่า การออกกำลังคาร์ดิโอแบบหนัก ๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ จะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่า ดังนั้น ลองออกกำลังแบบอินเทอร์วัลแบบไหนก็ได้สัปดาห์ละสองครั้ง หรือสลับการออกกำลังแบบยาว ๆ กับสั้น แต่หนักตลอดสัปดาห์ก็ได้ผลดีเช่นกัน

การฝึกความแข็งแรง

          การเพิ่มกล้ามเนื้อจะช่วยคุณเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น เพราะกล้ามเนื้อเผาผลาญได้ 50 แคลอรี่ต่อน้ำหนักหนึ่งปอนด์ ขณะที่ไขมันหนึ่งปอนด์เผาผลาญแค่ 2 แคลอรี่ แต่ถ้าคุณยกน้ำหนักอยู่แล้วก็ลองปรับเปลี่ยนกิจวัตรของคุณดู เช่น เปลี่ยนลำดับของท่าทางต่าง ๆ ลองท่าใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ เพิ่มจำนวนเซต เพิ่มท่าใหม่ ๆ เข้าไป และเพิ่มน้ำหนักขึ้น

 การกิน

ปรับปริมาณแคลอรี่

          คนที่กำลังสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันในร่างกาย บางทีก็ต้องการเพิ่มแคลอรี่ (โดยเฉพาะจากโปรตีน) ซึ่งถ้าคุณไม่กินให้พอ ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะอดอยาก และเก็บกักไขมันเอาไว้ ยิ่งคุณลดแคลอรี่เท่าไร ก็จะยิ่งยากที่จะลดน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น ให้แน่ใจว่าคุณกินให้มากพอ แต่ไม่มากเกินไป

เลือกชนิดของคาร์โบไฮเดรต

          ตัดลดอาหารที่ผ่านกระบวนการ ทั้งน้ำผลไม้ และแม้แต่อาหารนมไขมันต่ำ (ที่มีคาร์โบไฮเดรตจำนวนมาก) จะสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล และลองเพิ่มคาร์โบไฮเดรตที่มีเส้นใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ต่าง ๆ ถ้าคุณต้องการอาหารแป้ง ให้กินแค่สองส่วนต่อวัน และเลือกอาหารแป้งที่ดี เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง และกินในช่วงแรกของวันที่คุณอาจมีโอกาสจะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่า

ดื่มน้ำวันละแกลลอน

          น้ำทำหน้าที่เป็นตัวกดความอยากอาหารตามธรรมชาติ ด้วยการทำให้กระเพาะเต็ม และป้องกันอาการขาดน้ำที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่าหิวหรืออยากกิน ที่สำคัญที่สุดก็คือ น้ำช่วยร่างกายในการเผาผลาญไขมันที่เก็บกักอยู่ด้วยการช่วยไตขับของเสียออกมา เมื่อคุณดื่มน้ำไม่พอ ตับก็จะมาทำหน้าที่ช่วยไตในการกำจัดของเสีย และมีประสิทธิภาพน้อยลงในการเผาผลาญไขมัน ถ้าคุณดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ไตทำหน้าที่ของมันได้ดี ก

ลดการกินตอนกลางคืน

          การลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งการกินของคุณว่ามากแค่ไหน บ่อยแค่ไหน และเมื่อไร การกินแคลอรี่ส่วนใหญ่ในตอนกลางคืน จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ เพราะระบบเผาผลาญของคุณจะสูงสุดในช่วงเย็นและลดต่ำลงเมื่อคุณนอนหลับ การกินอาหารมื้อใหญ่ตอนดึก ๆ โดยเฉพาะที่มีคาร์โบไฮเดรตเยอะ ๆ จะไปกระตุ้นการผลิตอินซูลิน และส่งผลให้เกิดการสะสมไขมัน ฉะนั้น แคลอรี่ที่คุณกินเข้าไปตอนกลางคืนจึงมีแนวโน้มที่จะถูกเก็บเป็นไขมันมากกว่า ดังนั้น หยุดการกิน 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน และคุณจะลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Lisa

14
          เลขาฯ ผู้ว่าฯ กทม. เผย เล็งสร้างท่าเรือเชื่อมฝั่งธนบุรี หวังดึงนักท่องเที่ยวชมวัด-ตลาดน้ำ ยืดเวลาอยู่ใน กทม. เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้

          วันนี้ (13 พฤษภาคม 2556) นายยุทธพันธุ์ มีชัย ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะคณะทำงานการจัดระเบียบการจราจรบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ กล่าวว่า กทม. มีโครงการสร้างท่าเรือที่สถานีขนส่งสายใต้เก่า เพื่อเพิ่มจุดท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมริมน้ำย่านฝั่งธนบุรี โดยเชื่อมต่อกับท่าเรือฝั่งธนบุรีที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว ดังนี้

    ท่าเรือคลองลัดมะยม

    ท่าเรือตลาดน้ำตลิ่งชัน

    ท่าเรือวัดกำแพงบางจาก

    ท่าเรือวัดคูหาสวรรค์

    ท่าเรือวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

    ท่าเรือวัดหงส์รัตนาราม

    ท่าเรือวัดสุวรรณาราม

    ท่าเรือวัดศรีสุดาราม

    ท่าเรือวัดประดู่ฉิมพลี

    ท่าเรือสะพานเนาวจำเนียร
 

          อย่างไรก็ตาม นายยุทธพันธุ์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างของบประมาณในการก่อสร้าง คาดว่าเมื่อจัดระเบียบการจราจรบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ได้แล้ว จึงจะเริ่มดำเนินการ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถอยู่กรุงเทพฯ ได้ต่ออีก 1 วัน และเป็นการเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้ กทม. ราว ๆ 3,500 บาท ถึง 5,000 บาทต่อราย ทั้งนี้พบว่าในปัจจุบันมีปริมาณนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 18 จึงทำให้ต้องหาแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพิ่มเติม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

15
           เมื่อสถานที่ทำงานเป็นแหล่งรวมของคนร้อยพ่อพันแม่ จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะได้เจอคนที่มีนิสัยใจคอ และความคิดเห็นไม่เหมือนกัน และมั่นใจได้เลยว่า ในที่ทำงานทุกแห่งจะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนล่ะที่เพื่อนร่วมงานยกให้เป็น "ตัวป่วน" จากพฤติกรรมไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ได้ทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกประทับใจเลย ว่าแล้ว...ก็ลองมองไปรอบ ๆ ที่ทำงานของคุณดูซิว่ามีใครเป็นตัวป่วนกวนใจในองค์กรของคุณหรือเปล่า แล้วจะรับมือกับพวกเขาอย่างไรดีล่ะ กระปุกดอทคอม หยิบคำแนะนำดี ๆ ในการจัดการกับ "ตัวป่วน" มาบอกกัน

จับกลุ่มเม้าท์เสียงดัง

           เมื่อผู้หญิงได้รวมตัวกันเมื่อไร มีหรือที่จะอยู่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ ส่วนใหญ่ก็ต้องหาประเด็นมาคุยกันทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง อาหาร หรือละครที่เพิ่งดูมาเมื่อคืน แต่ถ้าการเม้าท์ของสาว ๆ เกิดขึ้นระหว่างเวลาทำงาน แถมยังเม้าท์กันนานสองนานไม่รู้จักเหนื่อย เพื่อนร่วมงานก็คงต้องบอกกล่าวพวกเธอกันหน่อย แต่ขอให้พูดอย่าง "ใจเย็น" ว่าเพื่อน ๆ มีงานค้างที่ต้องเร่งทำอยู่นะ จำเป็นต้องใช้สมาธิ เพื่อให้พวกเธอหยุดเม้าท์ สิ่งสำคัญคือ จำไว้ว่า "อย่าไปโวยวายใส่พวกเธอเชียว" เพราะอาจโดนวีนกลับมาได้ แค่พูดดี ๆ ก็น่าจะเข้าใจแล้วล่ะ

 นินทาว่าร้าย จิกกัดชาวบ้าน

           เม้าท์นิด ๆ หน่อย ๆ พอขำ ๆ คงไม่เป็นไร แต่ถ้าใครเกิดเป็นพวกชอบจิกกัดชาวบ้านแบบนินทาว่าร้ายอิจฉาไปทั่วล่ะก็ แบบนี้ออฟฟิศปั่นป่วนแน่ แล้วหากคนที่ถูกจิกกัดเป็นเราล่ะจะทำอย่างไรดี? ง่ายที่สุดเลยก็คือ "วางเฉย" ซะ ยึดคติ "หมากัดอย่ากัดตอบ" แล้วเขาจะเลิกยุ่งกับเราไปเอง เพราะแกล้งอยู่ฝ่ายเดียวมันไม่สนุกหรอกนะ แล้วเชื่อเถอะค่ะว่าคนอื่น ๆ เขาก็รู้เหมือนกันว่าใครมีนิสัยแบบไหน เขาคงจะไม่ได้จิกกัดคุณคนเดียวแน่ ๆ แต่ถ้าเราไปโต้ตอบเขา เราก็อาจถูกมองเป็นคนแบบนั้นไปด้วยก็ได้นะ

ชอบปล่อยข่าวลือป่วนองค์กร

           ข่าวลือเกี่ยวกับองค์กรสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แล้วบางทีข่าวมักจะถูกปล่อยมาจากคนกลุ่มเดียวกันซะด้วย ทางแก้ไขก็คือ เราต้องไม่กระจายข่าวนั้นต่อ หรือไม่วิเคราะห์อะไรเพิ่มเติม แค่รับฟังมาก็พอ แล้วให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดการกับปัญหานี้ เช่น ฝ่ายบริหารอาจจะจัดให้มีประชุมชี้แจงข่าวสารทุกเช้าก่อนเริ่มงาน หรือให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือฝ่ายบุคคล ช่วยชี้แจงแก้ไขข่าวลือดังกล่าว แต่ในหลาย ๆ บริษัท อาจใช้วิธีการสร้างข่าวใหม่ขึ้นมาเบี่ยงเบนข่าวลือเดิม เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นลุกลามต่อไป ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่มขู่ คุกคาม อันธพาลครองออฟฟิศ

           คนบางคนมีนิสัยชอบข่มขู่ บีบบังคับให้คนอื่นทำตามความคิดเห็นของตัวเอง หากไม่ยอมทำก็จะแอบแทงข้างหลังด้วยสารพัดวิธี ถ้าคุณกำลังตกเป็นเป้าของคนเหล่านี้ พยายามอย่าตอบโต้กลับไปด้วยอารมณ์ และอย่าพยายามไปมีเรื่องกับเขา ให้ทำเป็นไม่รู้สึกสะทกสะท้าน พูดด้วยท่าทีสงบ เชื่อมั่นในสิทธิของตัวเอง หากถูกรุกรานหนัก ๆ ให้เดินเลี่ยงไป เมื่อเขาเห็นว่าคุณไม่เล่นด้วย ก็จะเลิกยุ่งกับคุณไปเอง แต่ถ้าเขายังตามราวีไม่เลิก เห็นทีจะต้องแจ้งให้ผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่า หรือฝ่ายบุคคลรับทราบ เพื่อจัดการปัญหานี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ

ชอบคุยโทรศัพท์เสียงดัง

           ไม่ว่าจะคุยโทรศัพท์กับลูกค้า หรือคุยโทรศัพท์เรื่องส่วนตัว แต่รู้กันไปทั่วห้องแบบนี้ แล้วเพื่อนร่วมงานจะมีสมาธิทำงานไหมล่ะนั่น แต่รู้ไหมคะว่าคนบางคนจะติดนิสัยพูดเสียงดังเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว แถมเจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นแล้ว ควรให้คนที่สนิทสนมกับเขาไปบอกให้เขารู้ตัวหน่อยนะว่า ตัวเขาเป็นคนพูดเสียงดังนะ เพื่อให้เขารู้ตัวและปรับพฤติกรรมของตัวเองให้พูดเบาลง เพราะการพูดเสียงดังนอกจากจะรบกวนคนอื่นแล้ว ยังทำให้ดูเสียบุคลิกด้วย แต่ถ้าเขาปรับการพูดไม่ได้จริง ๆ ก็แนะนำไปว่า ถ้ามีธุระส่วนตัวต้องคุยก็ขอให้ปลีกตัวออกมาคุยนอกบริเวณห้องทำงานจะดีกว่า จะได้ไม่รบกวนคนอื่นเขาไง

ใช้น้ำหอมกลิ่นแรงฟุ้งไปทั่วออฟฟิศ

           กลิ่นน้ำหอมที่ไปเตะจมูกใครต่อใครอาจเป็นหนึ่งในวิธีบริหารเสน่ห์ของหนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคน แต่ถ้าเกิดใช้น้ำหอมกลิ่นแรง หรือเผลอฉีดมากไปราวกับไปตกถังน้ำหอมมา เดินไปไหนก็ทิ้งกลิ่นไว้ทั่ว แบบนี้เพื่อนร่วมงานได้ส่ายหัวกับกลิ่นไม่พึงประสงค์แน่ ๆ เพราะกลิ่นหอมจะกลายเป็นกลิ่นเหม็นไปในบัดดล วิธีรับมือขั้นแรกก็คือการบอกตรง ๆ ให้เจ้าตัวรู้นั่นเอง โดยให้เหตุผลว่า หลายคนแพ้กลิ่นน้ำหอมของเขาหรือเธอนะ แต่ถ้าเขาหรือเธอไม่สนใจรับฟังสิ่งที่คุณพูด เรื่องเล็ก ๆ เรื่องนี้ก็อาจจะต้องถึงหูเจ้านายเสียแล้ว ซึ่งเจ้านายหรือฝ่ายบุคคลก็ไม่ควรเพิกเฉยกับปัญหานี้ เพราะถึงแม้จะดูเป็นเรื่องส่วนตัว แต่กลิ่นแรง ๆ แบบนี้ก็กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของเพื่อนร่วมงานได้เช่นกัน

บุกรุกพื้นที่ส่วนตัว

           ในออฟฟิศหลาย ๆ แห่ง โต๊ะทำงานของแต่ละคนจะมีพาร์ทิชั่นไว้กั้นความเป็นส่วนตัว แต่เพื่อนร่วมงานบางคนอาจจะชอบมายืนพิงพาร์ทิชั่น หรือชอบมานั่งเก้าอี้ว่าง ๆ ข้าง ๆ โต๊ะคุณ ชวนคุยนู้นคุยนี่ ชวนกินขนม ฯลฯ จนคุณไม่มีสมาธิทำงาน ดังนั้น หากคุณไม่ปรารถนาให้เพื่อนร่วมงานมายุ่งกับคุณในตอนนั้น ก็ให้วางกระเป๋า สิ่งของ หรือเสื้อคลุมไว้บนเก้าอี้ตัวที่ว่างไว้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่มานั่ง หรือถ้าไม่อยากให้ใครมายืนพิงพาร์ทิชั่นของคุณ ก็ให้หารูปถ่าย หรือสิ่งของอะไรจุกจิก ๆ มาติดไว้ตรงพาร์ทิชั่น เขาจะได้ไม่กล้ามายืนพิงตรงที่คุณนั่ง ซึ่งเหมือนกับกำลังรุกล้ำพื้นที่ของคุณนั่นเอง

 กินแล้วไม่ยอมล้างถ้วยล้างจาน

           เบื่อจริง ๆ เลย ภาพของจานชามถ้วยโถวางกองพะเนินอยู่บนโต๊ะกินข้าว หรือแม้กระทั่งวางอยู่ในอ่างล้างจานแท้ ๆ แต่กลับไม่ยอมล้าง คนประเภทนี้เห็นกันบ่อยมากแทบจะทุกออฟฟิศ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี สิ่งหนึ่งที่ทำได้ก็คือ ลองปรึกษาแม่บ้านหรือฝ่ายบุคคลซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงให้ช่วยตักเตือนพนักงานอย่างอ้อม ๆ ก่อน เช่น การติดป้ายประกาศขอความร่วมมือ หรือถ้ายังไม่ยอมให้ความร่วมมืออีกก็อาจจะต้องให้คนที่มีอำนาจไปตักเตือนเขาโดยตรงเลย

ชอบลา มาสายบ่อย ๆ

           พนักงานบางคนชอบมาสายเป็นกิจวัตร แถมยังลาการลางานกันบ่อย ๆ บางทีก็อ้างว่า "ป่วยกะทันหัน" ในวันที่ต้องส่งงานหรือเข้าประชุมซะงั้น ทำให้งานการไม่เดินสักที ถ้าป่วยจริง ๆ ก็คงไม่มีใครว่า แต่ถ้าอ้างแบบนี้จนขาดประชุมอยู่เรื่อย ๆ หรือทำงานไม่เสร็จสักที ก็ถือเป็นตัวป่วนของเพื่อนร่วมงานได้เหมือนกันนะ เมื่อเป็นเช่นนี้ หัวหน้างานก็คงต้องตรวจสอบให้ชัด ๆ แล้วล่ะว่า ถ้าลูกน้องของคุณมีพฤติกรรมลักษณะนี้บ่อยเกินไป ก็คงต้องพูดคุยกันว่า จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการมาสายได้อย่างไร หากบ้านไกลก็ต้องตื่นให้เร็วขึ้น หรือถ้าชอบลาบ่อย ๆ ก็คงต้องถามแล้วล่ะว่ามีธุระอะไรสำคัญ ถ้าป่วยบ่อย ๆ ก็ถามว่ามีโรคประจำตัวอะไร หรือต้องไปพบแพทย์บ่อยแค่ไหน และขอให้นำใบรับรองแพทย์มาให้ดูด้วย

 ผีตู้เย็น เผลอเป็นต้องฉกอาหาร

           เคืองสุด ๆ เลยใช่ไหมล่ะ เวลาที่เราซื้ออาหาร หรือขนมอะไรมาทิ้งไว้ในตู้เย็น แล้วพอวันรุ่งขึ้นเปิดมา อ้าว! ขนมของเราหายไปไหนซะแล้วล่ะ (บางทีแค่วางทิ้งไว้ชั่วโมงเดียวก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย) ควานหาเท่าไรก็ไม่เจอ ยิ่งเซ็งก็ยิ่งหิว ยิ่งหิวก็ยิ่งหงุดหงิด ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ ลองมองโลกในแง่ดีก่อนค่ะว่า บางทีอาจจะมีคนหยิบผิดไปก็ได้ เดี๋ยวก็คงนำมาคืน แต่ถ้าถึงที่สุดแล้วก็ยังจับมือใครดมไม่ได้ ก็ทำใจซะ แล้วครั้งหน้าให้เขียนชื่อติดถุง หรือติดกล่องอาหารไว้ จะได้ไม่มีใครเผลอหยิบผิด แต่ถ้าจนแล้วจนรอดผีตู้เย็นยังจะกินขนมของเราให้ได้ ครั้งหน้าก็ไม่ต้องแช่ตู้เย็นแล้วล่ะ หากล่องเก็บความร้อน หรือกล่องมาใส่ขนมแล้ววางไปบนโต๊ะเรานั่นแหละ จะได้ไม่ต้องอารมณ์เสียกับอาหารที่หายไปอีก

           ทำใจยอมรับเถอะค่ะว่า "ตัวป่วน" มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เมื่อมันหลีกเลี่ยงได้ยากนัก ก็คงต้องพยายามหาวิธีรับมือคนพวกนี้ไว้ เราจะได้ยังมีความสุขในการทำงานต่อไปนั่นเอง เอ...ว่าแต่เพื่อน ๆ เจอตัวป่วนแบบไหนในที่ทำงานบ้างนะ แล้วจัดการปัญหาเหล่านั้นอย่างไร มาเล่าให้ฟังบ้างนะจ๊ะ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

16
สภากาแฟ / ดื่มน้ำกระเจี๊ยบลดไขมัน
« เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2013, 12:20:26 »
สาวๆ หลายคนที่อยากผอมสวยสุขภาพดีด้วยวิธีธรรมชาติ "น้ำกระเจี๊ยบ" นางเอกของสมุนไพรที่ช่วยลดไขมันส่วนเกินได้อย่างเหลือเชื่อ

        จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่าในกระเจี๊ยบแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง "สารแอนโธไซยานินส์" ในปริมาณมากซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบในบลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ มีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็ง และชะลอแก่ นอกจากนี้ยังพบว่า กระเจี๊ยบแดงมีคุณสมบัติในการลดคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และไขมันชนิดเลว (LDL) ในร่างกายของเราได้อย่างดีด้วย

การเลือกดื่มน้ำกระเจี๊ยบ
        อย่างแรกควรเลือกน้ำกระเจี๊ยบที่ยังใหม่อยู่ โดยดูได้จากสีที่ต้องแดงไม่คล้ำ เพราะหมายถึงคุณประโยชน์ที่ยังคงอยู่ แต่สำหรับสาวๆ อย่างเราที่ต้องการผอมเพรียวนั้นก็ควรเลี่ยงน้ำตาลด้วยนะ เพราะฉะนั้นต้องเลือกน้ำกระเจี๊ยบที่มีน้ำตาลน้อยและดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว จึงจะได้ผลดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งดื่มก่อนอาหาร เพราะจะทำให้เรารับประทานอาหารได้น้อยลง

        ข้อสำคัญ หุ่นสวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องสุขภาพดีด้วยนะค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมรับประทานผักผลไม้ให้เยอะๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

 

ที่มาข้อมูล kroobannok.com

17
สภากาแฟ / วันพืชมงคล 2556 พิธีแรกนาขวัญ
« เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2013, 16:59:35 »
          วันพืชมงคล 2556 หรือ พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ตรงกับวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556 วันนี้เรามี ประวัติวันพืชมงคล และความเป็นมาของวันพืชมงคลมาฝาก

          หากเอ่ยชื่อ "วันพืชมงคล" แล้วเชื่อว่าหลายคนคงยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว เพราะจะได้หยุดเรียน หยุดงาน พักผ่อนอยู่ที่บ้าน เนื่องจากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่จะมีสักกี่คนรู้รายละเอียด รู้ความหมาย หรือรู้ความเป็นมาเป็นไปของ "วันพืชมงคล" อย่างแท้จริง เอาเป็นว่าเราไปเจาะลึกประวัติและความเป็นมาของ "วันพืชมงคล" กันดีกว่า...

          วันพืชมงคล หมายถึง วันที่กำหนดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีเก่ามาแต่โบราณที่เสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ เพื่อเป็นการระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งพระราชพิธีนี้จะกระทำที่ท้องสนามหลวง ประกอบด้วย 2 พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

          พิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่าง ๆ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่ว งา เผือก มัน เป็นต้น ฯลฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัย และ ให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี

          พิธีแรกนาขวัญ เป็นพิธีเริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ฤดูกาลแห่งการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว

 ประวัติวันพืชมงคล

          พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า พิธีแรกนา เป็นพระราชพิธีที่มีมาแต่โบราณตั้งแต่ครั้งสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งในสมัยนั้นพระมหากษัตริย์ไม่ได้ลงมือไถนาเอง เป็นแต่เพียงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่านั้น ครั้นถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ไม่ได้เสด็จไปเป็นองค์ประธาน แต่จะมอบอาญาสิทธิให้โดยทรงทำเหมือนอย่างออกอำนาจจากกษัตริย์ และจะทรงจำศีลเงียบ 3 วัน ซึ่งวิธีนี้ได้ใช้ตลอดมาถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา

          ต่อมา สมัยรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ 1 ได้โปรดให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้ประกอบพระราชพิธีแรกนาขวัญแทนพระองค์ และมิได้ถือว่าเป็นพิธีหน้าพระที่นั่ง เว้นแต่เมื่อมีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตร สถานที่ประกอบพิธีในตอนแรก ๆ จึงไม่ตายตัว แล้วแต่จะทรงกำหนดให้ ครั้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดมีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่าง ๆ ทุกพิธี ดังนั้น "พระราชพิธีพืชมงคล" จึงได้เริ่มมีขึ้นแต่บัดนั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และมีชื่อเรียกรวมกันว่า "พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ"

          ส่วนพิธีกรรมนอกเหนือจากการทำให้เป็นตัวอย่าง ตามที่ทรงจำแนกไว้ 3 อย่าง 2 อย่างแรก ที่ว่า "อาศัยคำอธิษฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการสวัสดิมงคลตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง" นั้น ทรงหมายถึง "พิธีพืชมงคล" อันเป็นพิธีสงฆ์ที่กระทำ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่ว่า "บูชาเซ่นสรวงตามที่มาทางไสยศาสตร์บ้าง" นั้น ทรงหมายถึงพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญอันเป็นพิธีพราหมณ์

          ดังนั้น จึงพอจะสรุปความมุ่งหมายอันเป็นมูลเหตุให้เกิดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ นี้ได้ว่าพิธีแรกนามุ่งหมายที่จะให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร เพื่อชักนำให้มีความมั่นใจในการทำนา อันเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของคนไทยที่มีมาแต่ช้านานสืบมาจนปัจจุบันยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น เพราะการเกษตรซึ่งมีการทำนาเป็นหลักนั้น เป็นสิ่งสำคัญแก่ชีวิตความเป็นอยู่และการเศรษฐกิจของประเทศทุกสมัย

          ส่วนวันประกอบพิธีนั้น ต้องเป็นวันที่ดีที่สุดของแต่ละปี ประกอบด้วย ขึ้น แรม ฤกษ์ยาม ให้ได้วันอันเป็นอุดมฤกษ์ตามตำราโหราศาสตร์ แต่ต้องอยู่ในระหว่างเดือน 6 เพราะเดือนนี้เริ่มจะเข้าฤดูฝน เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จะได้เตรียมทำนา เมื่อโหรหลวงคำนวณได้วันอุดมมงคลพระฤกษ์ ที่จะประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแล้ว สำนักพระราชวังจะได้ลงไว้ในปฏิทินหลวง ที่พระราชทานในวันขึ้นปีใหม่ทุกปี และได้กำหนดไว้ว่าวันใดเป็นวันพืชมงคล วันใดเป็นวันจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

          พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแต่เดิมมาทำที่ทุ่งนาพญาไท เมื่อได้มีการฟื้นฟูพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นใหม่ จึงจัดให้มีขึ้นที่ท้องสนามหลวง ทั้งนี้ วันแรกนาขวัญเป็นวันสำคัญของชาติ คณะรัฐมนตรีมีมติให้หยุดราชการ 1 วัน และมีประกาศให้ชักธงชาติตามระเบียบทางราชการ

 การประกอบพระราชพิธีวันพืชมงคล

          พระราชพิธีพืชมงคลเป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหาร ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งข้าวที่นำเข้าพิธีพืชมงคลนั้นเป็นข้าวเปลือก มีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว นอกจากนี้มีเมล็ดพืชต่าง ๆ รวม 40 อย่าง แต่ละอย่างบรรจุถุงผ้าขาว นอกจากนี้ยังมีข้าวเปลือกที่หว่านในพิธีแรกนา บรรจุกระเช้าทองคู่หนึ่งและเงินคู่หนี่ง เป็นข้าวพันธุ์ดีที่โปรดฯ ให้ปลูกในสวนจิตรลดา และพระราชทานมาเข้าพิธีพืชมงคล

          โดยพันธุ์ข้าวพระราชทานนี้จะใช้หว่านในพระราชพิธีแรกนาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งที่เหลือทางการจะบรรจุซอง แล้วส่งไปแจกจ่ายแก่ชาวนาและประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ ให้เป็นมิ่งขวัญและเป็นสิริมงคลแก่พืชผลที่จะเพาะปลูกในปีนี้

          ทั้งนี้ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปัจจุบันนี้ได้ดำเนินตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี เว้นแต่บางอย่างได้มีการดัดแปลงให้เหมาะแก่กาลสมัย อาทิ พิธีของพราหมณ์ก็มีการตัดทอนให้เหลือน้อยลง พระยาแรกนาก็ให้ตกเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนเทพีนั้นคัดเลือกจากข้าราชการสตรีโสดในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระดับ 3 - 4 คือขั้นโทขึ้นไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพระราชพิธีทุกปี มีข้าราชการขั้นผู้ใหญ่ ทูตานุทูต และประชาชนได้มาชมการแรกนาเป็นจำนวนมาก

          สำหรับการประกอบพิธีนั้นก็จะถูกกำหนดขึ้นโดยโหรหลวง ในระหว่างพิธีอันสวยงามนี้ ก็จะมีการทำนาย ปริมาณน้ำฝน ในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง และแล้วพระยาแรกนาก็จะทำการเลือกผ้า 3 ผืน ที่มีความยาวต่างขนาดกัน ตามชอบใจ ผ้าทั้ง 3 ผืน นี้จะดูคล้ายกัน ถ้าพระยาแรกนาเลือกผืนที่ยาวที่สุดก็ทายว่า ปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะมีน้อย ถ้าเลือกผืนที่สั้นที่สุดทายว่า ปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะมาก และถ้าเลือกผืนที่มีความยาวปานกลาง ทายว่ามีปริมาณน้ำฝนพอประมาณ

          หลังจากสวมเสื้อผ้าเรียกว่า "ผ้านุ่ง" เรียบร้อยแล้ว พระยาแรกนาก็จะไถลงไปบนพื้นที่ท้องสนามหลวงด้วยพระนังคัลสีแดงและสีทอง ซึ่งลากโดยพระโคผู้สีขาว ตามขบวนด้วยเทพีทั้ง 4 ผู้ซึ่งหาบกระเช้าทองและกระเช้าเงินที่บรรจุด้วยเมล็ดข้าวเปลือก นอกจากนี้ก็มีคณะพราหมณ์เดินคู่ไปกับขบวนพร้อมทั้งสวดและเป่าสังข์ไปพร้อมกัน

          เมื่อเสร็จจากการไถแล้วพระโคก็จะได้รับการป้อนพระกระยาหารและเครื่องดื่ม 7 ชนิด คือ เมล็ดข้าว ถั่ว ข้าวโพด หญ้าเมล็ดงา น้ำและเหล้า ไม่ว่าพระโคจะเลือกกินหรือดื่มสิ่งใด ก็ทายว่าปีนี้จะอุดมสมบูรณ์ด้วยสิ่งที่พระโคเลือกนั้น

          เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ประชาชนจะพากันแย่งเก็บเมล็ดข้าวที่หว่านโดยพระยาแรกนา เพราะว่าเมล็ดข้าวนี้ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันจะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่มีไว้ในครอบครอง ชาวนาก็จะใช้เมล็ดข้าวนี้ผสมกับเมล็ดข้าวของตน เพื่อให้พืชผลในปีที่จะมาถึงนี้อุดมสมบูรณ์

          สำหรับพระโคที่จะเข้าพระราชพิธีแรกนาขวัญ จะถูกเลี้ยงดูอย่างดีในทุ่งหญ้าที่จังหวัดราชบุรี พระโคที่ใช้ในพระราชพิธี จะต้องมีลักษณะที่ดีขาดเกินไม่ได้คือ หูดี ตาดี แข็งแรง เขาทั้งสองตั้งตรงสวยงาม พระโคแต่ละคู่ต้องสีเหมือนกัน ซึ่งจะมีการคัดเลือกพระโคเพียงสองสีเท่านั้น คือ สีขาวสำลีและสีน้ำตาลแดง และเจาะจงแต่เพศผู้เท่านั้นและต้องผ่านการ "ตอน" เสียก่อนด้วย 

          อนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นวันเกษตรกรประจำปีอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน

 กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันพืชมงคล

          1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ

          2. จัดนิทรรศการ แสดงประวัติความเป็นมา และความสำคัญของวันพืชมงคลรวมทั้งพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ


พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2556 มีดังนี้

          สำหรับในปี พ.ศ. 2556 นี้ ปฏิทินหลวงได้กำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ

          1. พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ เป็นวันสวดมนต์เริ่มการพระราชพิธีพืชมงคล และถือเป็น "วันเกษตรกร" ประกอบพระราชพิธี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยจะประกอบพิธีในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 15.00 น.

          และเวลาประมาณ 17.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการพระราชพิธีพืชมงคล ทรงหลั่งน้ำสังข์ ทรงเจิม พระราชทานพระธำมรงค์กับพระแสงปฏักแก่ นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

          2. พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ จะประกอบพระราชพิธี ในวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยฤกษ์ไถหว่าน คือ ระหว่างเวลา 08.19 – 08.49 น.

          ราชชื่อผู้ทำหน้าที่ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระยาแรกนา 

          - นายชวลิต  ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เทพีคู่หาบทอง

          - นางสาวสุมาลี จำเริญ นิติกรชำนาญการ กรมปศุสัตว์

          - นางสาวสุวิสาข์ เกตุอินทร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร

เทพีคู่หาบเงิน

          - นางสาวพชร ลาภผล นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กรมประมง

          - นางสาวกาญจนา มาลัยกฤษณะชาลี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

18
          คลิปพนักงานร้านสะดวกซื้อ ถูกลูกค้าสาวใช้คัตเตอร์กรีดแขน ขณะขอแลกเหรียญ ท่ามกลางลูกค้าอื่น ๆ ที่ยืนมองอย่างตกใจ ก่อนที่จะหยิบเงินออกไปอย่างใจเย็น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวแล้ว เจ้าตัวเผยไม่พอใจพนักงานแลกเงินให้ช้า

          สร้างความมึนงงให้กับผู้ที่เห็นเหตุการณ์ และดูคลิปดังกล่าวเป็นอย่างมาก สำหรับคลิปวิดีโอที่ลูกค้ารายหนึ่งใช้มีดคัตเตอร์กรีดแขนพนักงาน หลังจากที่ขอแลกเหรียญ ก่อนที่จะเดินหยิบเหรียญออกไปอย่างหน้าตาเฉย

           โดยคลิปดังกล่าว มีชื่อว่า "ทำงานอยู่ดี ๆ โดนกรีดแขนซะงั้น" โพสต์โดย คุณ paroon114  เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ของลูกค้าผู้หญิงอายุประมาณ 30-35 ปี สวมเสื้อสีขาว เดินตรงไปที่เคาท์เตอร์ที่ 1 เพื่อขอแลกเงินแต่เคาท์เตอร์นั้น นับเงินอยู่จึงไม่รับแลก หญิงคนดังกล่าวเดินไปที่เคาท์เตอร์ที่สอง ซึ่งระหว่างที่พนักงานกำลังนับเหรียญให้อยู่นั้น จู่ ๆ หญิงคนดังกล่าวก็คว้ามีดคัตเตอร์จากกระเป๋า กรีดเข้าไปที่ข้อมือของพนักงานสาวอย่างรวดเร็ว และเดินหยิบเหรียญออกไปอย่างใจเย็น ท่ามกลางลูกค้าที่ยืนมองเหตุการณ์อย่างตกใจ

          ด้านพนักงานสาวถึงกับลงไปนั่งกุมแขนด้วยความเจ็บปวด และเมื่อลุกออกมาก็เห็นกองเลือดจำนวนหนึ่งอยู่ที่พื้น ส่วนเพื่อนพนักงานก็รีบตามลูกค้ารายนั้นไปแต่ก็ไม่ทัน ขณะที่ลูกค้าคนอื่น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ เข้าร่วมปฐมพยาบาลก่อนจะพาพนักงานสาวไปส่งโรงพยาบาลเพื่อทำแผล โดยพนักงานสาวยืนยันว่าไม่รู้จักกับหญิงรายนี้ และไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งอะไรกันมาก่อน

           อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ (10 พฤษภาคม) มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว ชื่อ นางสาวผ่องพรรณ กิจวรเจริญพร อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์บริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยในเบื้องต้นเธอระบุว่า ทำไปเพราะต้องการป้องกันตัว แต่สุดท้ายก็ยอมจำนนต่อหลักฐานในกล้องวงจรปิด โดยรับสารภาพว่า เธอไม่พอใจที่พนักงานแลกเงินให้ช้า เลยควักคัตเตอร์ออกมากรีดแขนผู้เสียหายในทันที ส่วนทางด้านผู้เสียหายนั้น ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลลึก 2 เซนติเมตร ยาว 8 เซนติเมตร

         นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ไม่พบหลักฐานการป่วยทางจิตของนางสาวผ่องพรรณแต่อย่างใด แต่ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นไว้แล้ว และเตรียมส่งสำนวนฟ้องศาลต่อไป


 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

19
(10 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเด็กทารกเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ที่เกิดเหตุพบ นายเกต อายุ 32 ปี ชาวกัมพูชา ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่หน้าบ้านเช่า

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่างเด็กชายวัย 1 เดือนเศษ นอนเสียชีวิตแน่นิ่งอยู่บนที่นอน ข้างศพมีกล่องนมยี่ห้อหนึ่งและขวดนมเด็กวางไว้อยู่ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง นายเกต พ่อของเด็กชายคนดังกล่าวให้การทั้งน้ำตาว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ค. แม่ของลูกชายได้เดินทางกลับบ้านที่กัมพูชา ตนจึงต้องเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ก่อนป้อนอาหารป้อมนมตามปกติ

จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (9 พ.ค.) จู่ๆ ลูกชายมีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง จึงได้พาไปหาหมอที่คลีนิกแห่งหนึ่ง หมอให้ยารักษามา จนลูกชายอาการดีขึ้น ตนจึงรู้สึกอุ่นใจขึ้น และก็ป้อนนมให้ลูกปกติ จนช่วงกลางดึกลูกชายมีอาการท้องร่วงอีกครั้ง จนเกิดอาการช็อกและเสียชีวิต นอนแน่นิ่งไปเฉยๆ ตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ในเวลาต่อ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เด็กทารกน่าจะเกิดอ่อนเพลียและช็อกจากอาการท้องร่วง เพราะดื่มนมบูดเสีย เพราะภายในบ้านเช่าไม่มีตู้เย็นและอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้นมบูดเสียได้ง่าย ซึ่งโดยปกติแล้วเด็กอ่อนควรจะดื่มนมผงหรือนมจากเต้าแม่เท่านั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะนำศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป


Sanook News

20
          รถพ่วง 18 ล้อ เกี่ยวสะพานลอย บริเวณถนนบรมราชชนนีขาออก จนถล่มร่วงทับคนขับกระบะเสียชีวิต กรมทางหลวงเล็งเรียกค่าเสียหาย 7-8 ล้าน เหตุบรรทุกความสูงเกินเกณฑ์ โดยไม่ขออนุญาต

          วันนี้ (10 พฤษภาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เกี่ยวชนสะพานลอยคนข้าม เส้นทางถนนบรมราชชนนีขาออกใกล้เคียงกับตัดกับถนนพุทธมณฑลสาย 3 ทำให้สะพานฝั่งขาออกที่มีความยาวกว่า 30 เมตร หักตกลงมาขวางถนน และคานสะพานถล่มลงมาทับรถกระบะ นิสสันฟรอนเทียร์ ทะเบียน บม-9630 พิษณุโลก ที่บรรทุกเนื้อวัว ส่งผลให้ นายมนัส มะฮะหมัด อายุ 38 ปี ถูกแท่งปูนทับเสียชีวิต

          ทั้งนี้ หน่วยกู้ภัยต้องช่วยกันใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาด้วยความทุลักทุเล โดยสภาพศพมีบาดแผลถูกกดทับ ใบหน้ายุบ กะโหลกศีรษะแตก แขนขาทั้งสองข้างหักผิดรูป จึงมอบร่างไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช

          จากการสอบสวนทราบว่า รถคู่กรณีเป็นรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุสีขาว ทะเบียน 70-6734 ชลบุรี ของ บจก.หลักทอง โลจิสติกส์ บรรทุกอุปกรณ์แท่นเจาะน้ำมันกลางทะเลขนาดใหญ่สูงประมาณ 5 เมตร โดยมี นายทนงศักดิ์ สถิตเป้า อายุ 43 ปี เป็นผู้ขับขี่ โดยเจ้าตัวให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมพรรคพวก ซึ่งขับรถพ่วงด้วยกันอีก 2 คัน ได้ไปรับอุปกรณ์แท่นเจาะน้ำมันจากโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และจะมุ่งหน้าไปส่งให้ลูกค้าเครือเชฟรอน ยักษ์ใหญ่วงการขุดเจาะน้ำมัน ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยระหว่างที่ขับตามกันออกมาจากโรงงานนั้น ทางผู้จ้างวานก็ได้จัดหารถเก๋งตำรวจจราจรกลาง นำขบวนมาให้เพื่อความสะดวกด้วย

          แต่ขณะที่ขบวนรถแล่นผ่านตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งตอนนั้นตนขับรถนำอยู่หัวขบวนในเลนซ้ายสุด กลับรู้สึกว่าท่อน้ำมันขนาดใหญ่ ความยาวราว 10 เมตร สูงจากพื้นดินเกือบ 6 เมตร ที่ติดตั้งอยู่กับอุปกรณ์แท่นเจาะน้ำมันด้านบน เกิดครูดกับแผ่นคอนกรีตใต้สะพานลอยจนมีเสียงดัง ทำให้สะพานเกิดการยกตัวและพังถล่มลงมาทับรถกระบะที่พยายามแซงออกทางเลนขวาจนคนขับเสียชีวิต ส่วนโชเฟอร์รถพ่วงอีก 2 คันด้านท้ายโชคดีหยุดรถได้ทัน จึงไม่พุ่งชนกันซ้ำซ้อน ส่วนรถตำรวจที่เปิดไฟนำทางมาตั้งแต่ทีแรก ก็ได้เร่งเครื่องหายไป ตนไม่แน่ใจว่าพลขับรถนำทางจะรู้หรือเปล่า เรื่องรถในขบวนประสบอุบัติเหตุ

          เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายทนงศักดิ์ คนขับรถพ่วงไว้ทำการสอบสวน ก่อนแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหายเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องการช่วยเหลือชดเชยค่าทำศพของผู้เสียชีวิตและการชดใช้ความเสียหาย ทางบริษัทเจ้าของรถได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ประกันภัยเข้ามาดำเนินการแล้ว

          ด้าน บก.จร. ได้รายงานว่า สน.ธรรมศาลา แจ้งเลี่ยงเส้นทางถนนบรมราชชนนี ขาออก ช่วงเลยแยกพุทธมณฑล สาย 3 หน้าปั๊มน้ำมันบางจาก แนะนำให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนกาญจนาภิเษก ใช้ถนนพุทธมณฑล สาย 2 หรือใช้ถนนพุทธมณฑล สาย 3 ไปออกถนนเพชรเกษมแทน ส่วนผู้ที่ใช้เส้นทางถนนบรมราชชนนี ด้านขาเข้า อย่าชะลอตัวดู เนื่องจากจะทำให้มีปัญหาการจราจรติดขัด

          ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า สาเหตุที่รถบรรทุกเกี่ยวสะพานลอยตกลงมานั้น อาจเป็นเพราะขณะนี้ที่ถนนบรมราชชนนีกำลังปรับปรุงถนนใหม่ โดยเสริมผิวจราจรให้สูงขึ้นจากเดิม ทำให้ระยะห่างระหว่างถนนกับสะพานลอย ซึ่งจากเดิมอยู่ที่ 5.50 เมตร เหลือเพียง 5.16 เมตร ดังนั้น เมื่อรถบรรทุกที่ขนอุปกรณ์ รวมแล้วมีความสูง 5.24 เมตร ขับผ่านมา จึงไม่สะพานลอดผ่านสะพานลอยได้ เป็นเหตุให้ไปเกี่ยวสะพานลอยจนตกลงมาดังกล่าว

          ด้าน นายสมประสงค์ อรรถาชิต ผู้อำนวยการ สำนักงานบำรุงทางธนบุรี ระบุว่า สาเหตุที่ต้องปรับปรุงพื้นถนนบรมราชชนนีใหม่นั้น เป็นเพราะถนนถูกน้ำท่วมในช่วงอุทกภัยใหญ่ เมื่อปลายปี 2554 ซึ่งมีการยกระดับพื้นให้สูงขึ้นจากเดิม อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงได้กำหนดให้สะพานลอยต้องอยู่สูงจากพื้นถนน 5 เมตร

          ขณะที่ นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่า รถพ่วงคันที่เกิดเหตุได้บรรทุกสิ่งของมีความสูงเกินกว่า 5 เมตร เพราะบรรทุกอุปกรณ์แท่นเจาะน้ำมันกลางทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายกำหนดให้บรรทุกสูงได้ไม่เกิน 4.3 เมตรเท่านั้น หากเกินกว่านั้นต้องขออนุญาตก่อนวิ่ง แต่รถคันดังกล่าวยังไม่ได้ขออนุญาต ดังนั้น กรมทางหลวงจะแจ้งความเอาผิดกับบริษัทเอกชนเจ้าของรถ และเรียกค่าเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย โดยเบื้องต้นจะเรียกค่าเสียหายเฉพาะตัวสะพานลอย 7-8 ล้านบาท และจะต้องตรวจความเสียหายอื่น ๆ เพื่อฟ้องร้องต่อไป

          สำหรับสภาพการจราจรถนนบรมราชชนนี ขาออก นั้น เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการเจาะสะพานลอยออกเป็น 3 ท่อน ก่อนจะใช้รถเครนยกสะพานส่วนที่กีดขวางในช่องทางคู่ขนานได้แล้ว ทำให้รถสามารถวิ่งในช่องคู่ขนานได้ตามปกติ ก่อนที่ในเวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่จะสามารถเคลื่อนย้ายสะพานลอยที่หักขวางในช่องทางด่วนได้สำเร็จ และเปิดการจราจรได้ตามปกติแล้ว โดยต้องเร่งระบายรถ เนื่องจากท้ายติดขัดสะสมเป็นจำนวนมาก

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

หน้า: [1] 2 3 ... 158