1
คลับคนรักหนัง / 4 เหตุผล ที่ทำให้ Avatar พลาดออสการ์หนังยอดเยี่ยม?
« เมื่อ: 12 มีนาคม 2010, 12:28:41 » 4 เหตุผล ที่ทำให้ Avatar พลาดออสการ์หนังยอดเยี่ยม? แค่เซอร์ไพรส์เล็กๆ หรือ เหนือความคาดหมาย
4 เหตุผล ที่ทำให้ Avatar พลาดออสการ์หนังยอดเยี่ยม?

โดย...ทอม แฮนเซ่น
เสร็จสิ้นไปแล้วเรียบร้อยสำหรับการแจกรางวัลออสการ์ครั้ง 82 ซึ่งรางวัลออสการ์นี้ ถือเป็นสถาบันที่มีผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุด และอย่างที่ทราบๆ กันว่าในปีนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่หนังตัวเต็งสองเรื่องนั่นคือ Avatar และ The Hurt Locker ที่ได้เข้าชิงทั้งหมด 9 สาขาเท่ากัน ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้ว่า ถึงแม้จะเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีกันมากๆ แต่ด้วยความที่หนังชนเผ่าเนวีของ เจมส์ คาเมรอน เป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่ทำเงินถล่มทลายสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการ ภาพยนตร์ ก็น่าจะทำให้ Avatar ดูมีภาษีกว่าหนังฟอร์มเล็กๆ อย่าง The Hurt Locker
แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น The Hurt Locker ที่คว้าไปทั้งหมด 6 สาขาไล่ไปตั้งแต่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม, บันทึกเสียงยอดเยี่ยม ส่วน Avatar ได้แค่รางวัลปลอบใจไปในสาขาเล็กๆ อย่าง ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และ เทคนิค พิเศษยอดเยี่ยม
สำหรับแฟนๆ ของ Avatar ที่อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมหนังเรื่องโปรดของตัวเองถึงพ่ายแพ้ให้แก่ The Hurt Locker อย่างหมดรูป ต่อไปนี้สาเหตุ 4 ข้อ ที่ทำให้ Avatar และ เจมส์ คาเมรอน ล้มเหลวในเวทีออสการ์ปีนี้ ซึ่งเราเก็บมาฝากให้คุณๆ ได้อ่านกัน...
1. เทคนิคยอด แต่บทแย่?
.jpg)
โอเคล่ะ...คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า Avatar เป็นหนังที่วิจิตร อลังการ แบบสุดยอด ภาพสวย เนื้อเรื่องสนุก จบประทับใจ และเป็นที่ชื่นชอบของคนดูทั่วโลก แต่ก็มีเสียงติติงจากแฟนหนังส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักวิจารณ์จำนวนไม่น้อยว่า จุดที่ทำให้ Avatar กลายเป็นหนังที่อ่อนด้อยลงไปอย่างเสียดายก็คือในส่วนของ บท ซึ่งต้องยอมรับกันตามตรงว่า ประเด็นที่หนังนำเสนอนั้น ไม่ใช่ประเด็นใหม่ และจะว่าไปเนื้อเรื่องของ Avatar ดู แล้วก็ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับหนังอย่าง Pocahontas (1995) และ Dances With Wolves (1990) เสียเหลือเกิน
ด้วยความที่ เนื้อหา ไม่ใช่ประเด็นใหม่ หนำซ้ำยังไปคล้ายกับหนังบางเรื่องด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนมองว่า ตรงนี้แหละที่เป็นจุดอ่อนซึ่งอาจจะทำให้ Avatar พลาด หวังจากรางวัลออสการ์
2. กระแส The Hurt Locker แรงเกินต้านทาน
.jpg)
ในขณะที่ Avatar สามารถสร้างเสียงฮือฮาถึงความตระการตาแบบหาที่เปรียบไม่ได้ให้กับคนดูทั่ว โลก ก่อนหน้านั้น The Hurt Locker ได้เริ่มสั่งสมเครดิตจากการไปกวาดรางวัลตามสถาบันต่างๆ แล้วล่วงหน้าพอสมควร ไล่ตั้งแต่ Venice Film Festival, Seattle International Film Festival, สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์บอสตัน, สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์ลอสแองเจลีส, สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์ก, สมาคมนักวิจารณ์ ภาพยนตร์ชิคาโก, National Society of Film Critics Awards, Broadcast Film Critics Association, สมาคมผู้อำนวย การสร้างภาพยนตร์แห่งอเมริกา เรียกได้ว่า The Hurt Locker ชนะ Avatar มาแทบทุกสถาบัน จะมีที่พลาดไปก็แค่ รางวัล ลูกโลกทองคำ ที่ Avatar ได้ไป (และ National Board of Review ที่ถูก Up in the Air เบียดชนะไปได้) และก่อนที่จะมาชนะ Avatar แบบหมดจดอีกครั้งบนเวทีออสการ์ The Hurt Locker ก็ดับซ่า Avatar มาแล้วบนเวที BAFTA (ซึ่งถือเป็นออสการ์ของฝั่งอังกฤษ) ด้วยการกวาด 6 รางวัลใหญ่ได้แก่ ภาพยนตร์ ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ตัด ต่อยอดเยี่ยม และ ลำดับเสียงยอดเยี่ยม
ดังนั้น ถ้าจะพิจารณาจากเครดิตที่หนังได้รับการยอมรับจากสถาบันต่างๆ ล่ะก็ The Hurt Locker ชนะ Avatar แบบขาดลอย! (แต่ถ้าถามใจคนดู แน่นอนว่า Avatar คือ หนังที่ถูกใจคอหนังในวงกว้างมากกว่า)
3. หรือเค้าจะล็อกรางวัลให้ ผู้กำกับหญิงยอดเยี่ยมคนแรกในรอบ 82 ปี?
.jpg)
แคธรีน บิเกโลว์ ผู้กำกับ The Hurt Locker
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ตลอดระยะเวลา 80 กว่าปีที่แจกรางวัลออสการ์มา ยังไม่เคยมี ผู้หญิง ได้รับ รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมเลย เต็มที่ก็แค่มีชื่อเข้าชิง ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้กำกับหญิงเพียง 3 คนเท่านั้น ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมได้แก่ ลิน่า เวิร์ทมุลเลอร์ (จาก Seven Beauties), เจน แคมเปียน (จาก The Piano) และ โซเฟีย ค็อปโปล่า (จาก Lost in Translation) ดังนั้น เมื่อบวกกับกระแสความแรงแบบฉุดไม่อยู่ของ The Hurt Locker เข้าไปด้วย อาจจะทำให้คณะกรรมการออสการ์คิดว่า ไม่มีครั้งไหนที่จะเหมาะสำหรับการมอบรางวัลนี้ให้กับ ผู้กำกับหญิง เท่ากับครั้งนี้อีกแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีคนตั้งข้อสังเกตแบบสนุกๆ ด้วยว่า มีบางอย่างซึ่งเหมือนเป็นลางบอกเหตุว่า แคธรีน บิเกโลว์ จะคว้าออสการ์สาขาผู้กำกับไปครอง อย่างแรกเลยก็คือ การที่งานออสการ์ปีนี้จัดขึ้นก่อนหน้า วันสตรีสากล 1 วัน (ออสการ์แจกรางวัลวันที่ 7 มี.ค. ส่วนวันสตรีสากลตรงกับวันที่ 8 มี.ค.) เพราะฉะนั้น ออสการ์น่าจะมอบรางวัลให้กับ ผู้กำกับหญิง เพื่อเป็นเกียรติกับวันสตรีสากลด้วยเลย อีกอย่างหนึ่งก็คือ การให้ บา บาร่า สไตรย์แซนด์ นักแสดงหญิงซึ่งเคยคว้าออสการ์มาแล้ว มาเป็นผู้ประกาศรางวัล ก็ทำให้หลายๆ คน อดคิดไม่ได้ว่า ชื่อที่เธอจะประกาศออกมา จะต้องเป็นชื่อของ แคธรีน บิเกโลว์ แน่ๆ
และ บิเกโลว์ ก็กลายเป็นผู้หญิงคนแรกในรอบ 82 ปี ที่คว้าออสการ์สาขา ผู้กำกับยอดเยี่ยมไปครอง
4. ออสการ์เปลี่ยนไป...?
.jpg)
.jpg)
ก่อนการประกาศรางวัล ถึงแม้กระแสของ The Hurt Locker จะมาแรงขนาด ไหน แต่หลายๆ คนก็เชื่อมั่นว่า Avatar น่าจะมีภาษีดีกว่าอยู่ดี เพราะ Avatar มีครบทุกองค์ประกอบของการเป็นหนังที่จะชนะออสการ์ ทั้งในส่วนของ การเป็นหนังโปรเจ็กต์ใหญ่ลงทุนสูง การที่หนังประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ ไปจนถึงบารมีของผู้กำกับระดับ เจมส์ คาเมรอน
แต่สำหรับใครที่ติดตามออสการ์มาตลอดจะรู้ว่า พักหลังๆ มานี้ ออสการ์ให้ความสำคัญกับหนังอินดี้มากขึ้น (หนังอินดี้ในที่นี้หมายถึง หนังที่มี วิธีการหาทุนสร้าง วิธีการคิด ตลอดจนกระบวนการผลิต แบบอิสระ โดยมีสตูดิโอคอยให้การสนับสนุน แต่ไม่ได้หมายถึงหนังอินดี้ ประเภท หนังหาดูยากๆ อะไรทำนองนั้น) ดูจาก 2 ปีก่อน ที่หนังประเภทนี้สามารถคว้าออสการ์ไปครอง ทั้ง No Country for Old Men ของ พี่ น้องโคเอน และ Slumdog Millionaire ของ แดนนี่ บอยด์ น่าจะยืนยันประเด็นนี้ได้
เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ หนังฟอร์มเล็กๆ อย่าง The Hurt Locker จะสามารถคว่ำหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar ผงาดขึ้นมาคว้าออสการ์ได้สำเร็จ
แค่เซอร์ไพรส์เล็กๆ แต่ไม่เหนือความคาดหมาย
.jpg)
สรุปว่า การที่ Avatar พ่าย แพ้อย่างหมดรูปต่อ The Hurt Locker ครั้งนี้ อาจจะเป็นแค่เซอร์ไพรส์เล็กๆ ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายแต่อย่างใด และยิ่งเมื่อพิจารณาจากเหตุผลด้านบนแล้ว น่าจะเป็นเครื่องการันตีได้ว่า จากนี้ไป ออสการ์คงไม่ใช่เวทีที่แจกรางวัลให้เฉพาะหนังฟอร์มใหญ่ๆ อีกต่อไปแล้ว ซึ่งในปีถัดๆ ไป เราน่าจะลุ้นออสการ์กันสนุกขึ้น เพราะ ปรากฏการณ์ แจ็ค ผู้ฆ่ายักษ์ แบบนี้ จะต้องเกิดอีกเรื่อยๆ อย่างแน่นอน!
ที่มา: http://www.majorcineplex.com/movie_update_detail.php?newsid=1973
![13 [{-13-}]](http://www.zone-it.com/forum/Smileys/default/13.gif)
โดยส่วนตัว คิดว่า เหตุผลข้อที่ 3 ยังไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ แล้วเพื่อนละค่ะ มีความเห็นกับเรื่องนี้กันอย่างไร ?
4 เหตุผล ที่ทำให้ Avatar พลาดออสการ์หนังยอดเยี่ยม?

โดย...ทอม แฮนเซ่น
เสร็จสิ้นไปแล้วเรียบร้อยสำหรับการแจกรางวัลออสการ์ครั้ง 82 ซึ่งรางวัลออสการ์นี้ ถือเป็นสถาบันที่มีผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุด และอย่างที่ทราบๆ กันว่าในปีนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่หนังตัวเต็งสองเรื่องนั่นคือ Avatar และ The Hurt Locker ที่ได้เข้าชิงทั้งหมด 9 สาขาเท่ากัน ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้ว่า ถึงแม้จะเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีกันมากๆ แต่ด้วยความที่หนังชนเผ่าเนวีของ เจมส์ คาเมรอน เป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่ทำเงินถล่มทลายสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการ ภาพยนตร์ ก็น่าจะทำให้ Avatar ดูมีภาษีกว่าหนังฟอร์มเล็กๆ อย่าง The Hurt Locker
แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น The Hurt Locker ที่คว้าไปทั้งหมด 6 สาขาไล่ไปตั้งแต่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม, บันทึกเสียงยอดเยี่ยม ส่วน Avatar ได้แค่รางวัลปลอบใจไปในสาขาเล็กๆ อย่าง ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และ เทคนิค พิเศษยอดเยี่ยม
สำหรับแฟนๆ ของ Avatar ที่อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมหนังเรื่องโปรดของตัวเองถึงพ่ายแพ้ให้แก่ The Hurt Locker อย่างหมดรูป ต่อไปนี้สาเหตุ 4 ข้อ ที่ทำให้ Avatar และ เจมส์ คาเมรอน ล้มเหลวในเวทีออสการ์ปีนี้ ซึ่งเราเก็บมาฝากให้คุณๆ ได้อ่านกัน...
1. เทคนิคยอด แต่บทแย่?
.jpg)
โอเคล่ะ...คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า Avatar เป็นหนังที่วิจิตร อลังการ แบบสุดยอด ภาพสวย เนื้อเรื่องสนุก จบประทับใจ และเป็นที่ชื่นชอบของคนดูทั่วโลก แต่ก็มีเสียงติติงจากแฟนหนังส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักวิจารณ์จำนวนไม่น้อยว่า จุดที่ทำให้ Avatar กลายเป็นหนังที่อ่อนด้อยลงไปอย่างเสียดายก็คือในส่วนของ บท ซึ่งต้องยอมรับกันตามตรงว่า ประเด็นที่หนังนำเสนอนั้น ไม่ใช่ประเด็นใหม่ และจะว่าไปเนื้อเรื่องของ Avatar ดู แล้วก็ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับหนังอย่าง Pocahontas (1995) และ Dances With Wolves (1990) เสียเหลือเกิน
ด้วยความที่ เนื้อหา ไม่ใช่ประเด็นใหม่ หนำซ้ำยังไปคล้ายกับหนังบางเรื่องด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนมองว่า ตรงนี้แหละที่เป็นจุดอ่อนซึ่งอาจจะทำให้ Avatar พลาด หวังจากรางวัลออสการ์
2. กระแส The Hurt Locker แรงเกินต้านทาน
.jpg)
ในขณะที่ Avatar สามารถสร้างเสียงฮือฮาถึงความตระการตาแบบหาที่เปรียบไม่ได้ให้กับคนดูทั่ว โลก ก่อนหน้านั้น The Hurt Locker ได้เริ่มสั่งสมเครดิตจากการไปกวาดรางวัลตามสถาบันต่างๆ แล้วล่วงหน้าพอสมควร ไล่ตั้งแต่ Venice Film Festival, Seattle International Film Festival, สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์บอสตัน, สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์ลอสแองเจลีส, สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์ก, สมาคมนักวิจารณ์ ภาพยนตร์ชิคาโก, National Society of Film Critics Awards, Broadcast Film Critics Association, สมาคมผู้อำนวย การสร้างภาพยนตร์แห่งอเมริกา เรียกได้ว่า The Hurt Locker ชนะ Avatar มาแทบทุกสถาบัน จะมีที่พลาดไปก็แค่ รางวัล ลูกโลกทองคำ ที่ Avatar ได้ไป (และ National Board of Review ที่ถูก Up in the Air เบียดชนะไปได้) และก่อนที่จะมาชนะ Avatar แบบหมดจดอีกครั้งบนเวทีออสการ์ The Hurt Locker ก็ดับซ่า Avatar มาแล้วบนเวที BAFTA (ซึ่งถือเป็นออสการ์ของฝั่งอังกฤษ) ด้วยการกวาด 6 รางวัลใหญ่ได้แก่ ภาพยนตร์ ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ตัด ต่อยอดเยี่ยม และ ลำดับเสียงยอดเยี่ยม
ดังนั้น ถ้าจะพิจารณาจากเครดิตที่หนังได้รับการยอมรับจากสถาบันต่างๆ ล่ะก็ The Hurt Locker ชนะ Avatar แบบขาดลอย! (แต่ถ้าถามใจคนดู แน่นอนว่า Avatar คือ หนังที่ถูกใจคอหนังในวงกว้างมากกว่า)
3. หรือเค้าจะล็อกรางวัลให้ ผู้กำกับหญิงยอดเยี่ยมคนแรกในรอบ 82 ปี?
.jpg)
แคธรีน บิเกโลว์ ผู้กำกับ The Hurt Locker
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ตลอดระยะเวลา 80 กว่าปีที่แจกรางวัลออสการ์มา ยังไม่เคยมี ผู้หญิง ได้รับ รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมเลย เต็มที่ก็แค่มีชื่อเข้าชิง ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้กำกับหญิงเพียง 3 คนเท่านั้น ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมได้แก่ ลิน่า เวิร์ทมุลเลอร์ (จาก Seven Beauties), เจน แคมเปียน (จาก The Piano) และ โซเฟีย ค็อปโปล่า (จาก Lost in Translation) ดังนั้น เมื่อบวกกับกระแสความแรงแบบฉุดไม่อยู่ของ The Hurt Locker เข้าไปด้วย อาจจะทำให้คณะกรรมการออสการ์คิดว่า ไม่มีครั้งไหนที่จะเหมาะสำหรับการมอบรางวัลนี้ให้กับ ผู้กำกับหญิง เท่ากับครั้งนี้อีกแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีคนตั้งข้อสังเกตแบบสนุกๆ ด้วยว่า มีบางอย่างซึ่งเหมือนเป็นลางบอกเหตุว่า แคธรีน บิเกโลว์ จะคว้าออสการ์สาขาผู้กำกับไปครอง อย่างแรกเลยก็คือ การที่งานออสการ์ปีนี้จัดขึ้นก่อนหน้า วันสตรีสากล 1 วัน (ออสการ์แจกรางวัลวันที่ 7 มี.ค. ส่วนวันสตรีสากลตรงกับวันที่ 8 มี.ค.) เพราะฉะนั้น ออสการ์น่าจะมอบรางวัลให้กับ ผู้กำกับหญิง เพื่อเป็นเกียรติกับวันสตรีสากลด้วยเลย อีกอย่างหนึ่งก็คือ การให้ บา บาร่า สไตรย์แซนด์ นักแสดงหญิงซึ่งเคยคว้าออสการ์มาแล้ว มาเป็นผู้ประกาศรางวัล ก็ทำให้หลายๆ คน อดคิดไม่ได้ว่า ชื่อที่เธอจะประกาศออกมา จะต้องเป็นชื่อของ แคธรีน บิเกโลว์ แน่ๆ
และ บิเกโลว์ ก็กลายเป็นผู้หญิงคนแรกในรอบ 82 ปี ที่คว้าออสการ์สาขา ผู้กำกับยอดเยี่ยมไปครอง
4. ออสการ์เปลี่ยนไป...?
.jpg)
.jpg)
ก่อนการประกาศรางวัล ถึงแม้กระแสของ The Hurt Locker จะมาแรงขนาด ไหน แต่หลายๆ คนก็เชื่อมั่นว่า Avatar น่าจะมีภาษีดีกว่าอยู่ดี เพราะ Avatar มีครบทุกองค์ประกอบของการเป็นหนังที่จะชนะออสการ์ ทั้งในส่วนของ การเป็นหนังโปรเจ็กต์ใหญ่ลงทุนสูง การที่หนังประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ ไปจนถึงบารมีของผู้กำกับระดับ เจมส์ คาเมรอน
แต่สำหรับใครที่ติดตามออสการ์มาตลอดจะรู้ว่า พักหลังๆ มานี้ ออสการ์ให้ความสำคัญกับหนังอินดี้มากขึ้น (หนังอินดี้ในที่นี้หมายถึง หนังที่มี วิธีการหาทุนสร้าง วิธีการคิด ตลอดจนกระบวนการผลิต แบบอิสระ โดยมีสตูดิโอคอยให้การสนับสนุน แต่ไม่ได้หมายถึงหนังอินดี้ ประเภท หนังหาดูยากๆ อะไรทำนองนั้น) ดูจาก 2 ปีก่อน ที่หนังประเภทนี้สามารถคว้าออสการ์ไปครอง ทั้ง No Country for Old Men ของ พี่ น้องโคเอน และ Slumdog Millionaire ของ แดนนี่ บอยด์ น่าจะยืนยันประเด็นนี้ได้
เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ หนังฟอร์มเล็กๆ อย่าง The Hurt Locker จะสามารถคว่ำหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar ผงาดขึ้นมาคว้าออสการ์ได้สำเร็จ
แค่เซอร์ไพรส์เล็กๆ แต่ไม่เหนือความคาดหมาย
.jpg)
สรุปว่า การที่ Avatar พ่าย แพ้อย่างหมดรูปต่อ The Hurt Locker ครั้งนี้ อาจจะเป็นแค่เซอร์ไพรส์เล็กๆ ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายแต่อย่างใด และยิ่งเมื่อพิจารณาจากเหตุผลด้านบนแล้ว น่าจะเป็นเครื่องการันตีได้ว่า จากนี้ไป ออสการ์คงไม่ใช่เวทีที่แจกรางวัลให้เฉพาะหนังฟอร์มใหญ่ๆ อีกต่อไปแล้ว ซึ่งในปีถัดๆ ไป เราน่าจะลุ้นออสการ์กันสนุกขึ้น เพราะ ปรากฏการณ์ แจ็ค ผู้ฆ่ายักษ์ แบบนี้ จะต้องเกิดอีกเรื่อยๆ อย่างแน่นอน!
ที่มา: http://www.majorcineplex.com/movie_update_detail.php?newsid=1973
![13 [{-13-}]](http://www.zone-it.com/forum/Smileys/default/13.gif)
โดยส่วนตัว คิดว่า เหตุผลข้อที่ 3 ยังไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ แล้วเพื่อนละค่ะ มีความเห็นกับเรื่องนี้กันอย่างไร ?






















































