"ติดเกม" ก็หาประโยชน์ได้
ปัจจุบันนี้ มีเกมต่างๆ มากมาย ทั้งเกมกระดาษ เกมคอมพิวเตอร์ เกมในโทรศัพท์เคลื่อนที่ แม้แต่ในกล้องถ่ายรูปดิจิตอลสมัยนี้ก็ยังมีเกมบรรจุอยู่ เรียกว่า เทคโนโลยีทันสมัยอะไรก็ต้องมีเกมให้คนทุกวัยได้ผ่อนคลายเสมอ ปานว่าเดี่ยวนี้คนเครียดกันเป็นปกติจนต้องมีเกมติดตัวเลยทีเดียว ซึ่งตัวเกมเองก็มีจุดประสงค์หลักเพื่อการผ่อนคลายจากการทำงานอยู่แล้ว
แม้แต่เกมยิงๆ กัน ยิงผี ยิงปีศาจ ยิงผู้ร้าย ที่ดูเหมือนไม่มีประโยชน์อะไร ก็ถูกวิจัยศึกษาจากนักจิตวิทยาแล้วว่า มีผลต่อการผ่อนคลายจิตใจในผู้เล่นเกมวัยผู้ใหญ่จริงๆ แต่เกมกลุ่มนี้ก็คงไม่เหมาะกับเด็กๆ นัก เนื่องจากเด็กที่ไม่มีเรื่องเครียดหนัก การยิงในเกมจึงไม่ได้ช่วยคลายเครียดเรื่องหนักในชีวิตจริง กลับกันยังทำให้สั่งสมความรุนแรงได้ ดังนั้นจึงพอจะบอกได้เลยว่า เกมเองก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน ไม่ใช่แค่กรณีเนื้อหาเกมไม่เหมาะสม แต่ถ้าเล่นมากจนติด การงานก็ไม่เดิน
1. คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกมเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นที่สร้างขึ้นโดยคนไทย หรือชาติไหน ก็มักจะใช้ภาษาสากลนี้เป็นภาษาหลักของเกม ดังนั้นเราจึงเจอคำศัพท์ใหม่ จากเกมเสมอ โดยเฉพาะพวกเกมค้นหา สิ่งของที่ซ่อนอยู่จากภาพ หรือเกมก่อสร้างบ้านเมืองหรือสวนสนุก อย่าง Roller Coaster Tycoon เรียกว่า
ศัพท์อังกฤษ และคำย่อใหม่ๆ โผล่มามากมาย ก็อย่าคิดว่า คำอะไรไม่รู้แปลว่าอะไร ก็ช่างมัน ดำๆ มั่วๆ ในเกมไปเดี๋ยวก็รู้เรื่อง แนะนำว่า พอเจอศัพท์ใหม่ปั๊บ ก็เปิดพจนานุกรมหาความหมายเลย หรือจะจดใส่กระดาษ แปะติดหน้าคอมไว้ เป็นคำใหม่ประจำวันก็ได้นะ หรือใครแอบขยัน ก็จดคำใหม่ลงสมุด เผื่อเจอคำอีกในเกมก็เปิดมาดู เปิดบ่อยๆ ก็จำได้เองด้วยนะ แต่ถ้าใครยังไม่ทันติดเกม ก็เริ่มต้นกันที่ง่ายๆ จากศัพท์เหล่านี้ก่อนก็ได้ เป็นประเภทของเกมแบบต่างๆ อย่าง
- Puzzle
- Boardgame
- Fighting
- Adventure
- Simulation
- Racing
- Action
- Side Scrolling Game
- RTS = Real Time Strategy
- RPG = Role Playing Game
- TBS = Turn-Base Strategy
- FPS = First Person Shooting
2. ประโยชน์ที่มองไม่เห็น ว่าด้วยเรื่องของประเภทเกมแล้ว แต่ละเกมก็จะมีประโยชน์แฝงอยู่ต่างๆ กันไป อย่างเกมวางแผนการรบ เช่น เกม Red Alert ก็
ช่วยในฝึกฝนกระบวนการคิด และลำดับขั้นตอนในการเล่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญเลยในการวางแผนเรื่องต่างๆ ในชีวิตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ก็มีหลายๆ คนเหมือนกันที่เล่นเกมพวกนี้เก่ง แต่ในชีวิตจริงมักโดนตำหนิอยู่บ่อย เพราะมัวแต่เล่นเกมจนเก่ง แต่ลืมจัดการชีวิตตนเอง ทำไมไม่เอาหลักการคิดและวางแผนจากเกม มาวางแผนชีวิตบ้างล่ะ
"ก่อนที่จะโดนศัตรู ตีรังตนเองให้แตก ก็ต้องไปวางค่ายกลไว้ ตลบหลังศัตรุให้หมดทิศทางโจมตี = ก่อนที่แม่จะเข้าห้องมาด่าเราเรื่องไม่่ยอมล้างจานและทำการบ้าน ก็ให้ไปทำทั้งสองอย่างให้เสร็จ พอแม่จะเข้าห้องเรามาถาม ก็ยกการบ้านให้ท่านดู แล้วบอกว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอเล่นคอมพิวเตอร์เลยนะครับ ข้าศึกก็มาโจมตี (ตำหนิ) เราไม่ได้" ฮ่าๆๆๆๆ
นอกจากนี้อย่างเกมประเภท เรียงสีสลับบล็อก อย่างเกม 7 Wonders of the Ancient World และอีกหลายๆ เกม ก็ให้ความรู้ เช่น
ช่วยให้เรารู้จักสิ่งปลูกสร้างรอบโลก สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โอ้โห นี่มันวิชาสังคมศึกษาชัดๆนอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ในด้านเสริมสร้างความคิดจินตนาการ โดยเฉพาะน้องๆ ที่ชอบเล่นเกม และก็ชอบอ่านหนังสือ และพอมีทักษะทางภาษา เดี๋ยวนี้มีนิยายแนวออนไลน์ ที่ไม่ได้หมายถึงการแต่งนิยายบนอินเทอร์เน็ต แต่หมายถึงนิยายที่ตัวเอกผจญภัยไปตามด่านของเกม เหมือนเกมกลุ่ม RPG RTS ซึ่งก็มีทั้งที่เขียนออกมาในแนวเล่นเกมจริงๆ และออกไปทางเสมือนจริงเลยก็มี เช่น ตอนแรกตัวเอกก็เล่นเกมจริงๆ เล่นบนคอมพิวเตอร์นี่แหละ เล่นไปเล่นมา (หรือเราที่อ่านไปอ่านมา) ก็รู้สึกว่าตัวเอกทะลุเข้าไปในเกมซะงั้น ไม่รู้ชีวิตไหนคือเรื่องจริงเสียแล้ว เป็นต้น
Articles : www.dek-d.com