ยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือน กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
 
Please Login!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - all@one™

หน้า: [1] 2 3 ... 22
1

         
          สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาในเรื่องธรรมะ หรือต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรอย่างอุตส่าห์ของพระพุทธเจ้าในชาติก่อน ๆ เพื่อให้เข้าใจหลักธรรม คำสอน หรือการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อย่างท่องแท้ เพื่อให้เข้าใจถึงการใช้ชีวิตที่เหมาะควรให้มากขึ้น การอ่านนิทานชาดก ย่อมส่งผลดีต่อแนวคิด และจิตใจของผู้นั้นได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่านิทานชาดกคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และจะมีประโยชน์อะไรต่อผู้อ่านบ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับนิทานชาดกมาฝากแล้วค่ะ   

          ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายของ นิทาน ว่า เป็นเรื่องที่เล่ากันมา ขณะที่ ชาดก หมายถึง เรื่องพระพุทธเจ้าที่มีมาในชาติก่อน ๆ ตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ ทว่า พระมหาสุทร สุนฺทรธมฺโม (เสนาซุย) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนิทานชาดกเพิ่มเติม โดยส่วนหนึ่งมีเนื้อความว่า ชาดก เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ แสดงถึงความเป็นมาในพระชาติต่าง ๆ ที่ได้เกิดมาสร้างบารมีเอาไว้เพื่อการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เราเรียกว่าพระเจ้า 500 ชาติ ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก เล่มที่ 27 , 28 มีทั้งหมด 548 เรื่อง อาจมีทั้งเรื่องที่ซ้ำกันบ้าง แต่คาถาจะต่างกัน หรือบางเรื่องที่ยกมาเพียงคาถาเดียวจากเรื่องที่มีหลาย ๆ คาถา

          ทั้งนี้ ชาดกเป็นเรื่องเล่าคล้ายนิทาน บางครั้งจึงเรียกว่า นิทานชาดก แต่มีความหมายแตกต่างจากนิทานที่เล่ากันทั่วไป คือ ชาดกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่นิทานเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น สำหรับผู้อ่านนิทานชาดก หรือนิทานธรรมะ ควรอ่านเนื้อหาอย่างพิจารณา และนำหลักธรรมไปใช้ให้เกิดคุณประโยชน์ ส่วนความเพลิดเพลินนั้น ให้ถือเป็นเพียงผลพลอยได้ที่เกิดจากการอ่าน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากนิทานชาดก หรือนิทานธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้อย่างแท้จริง

          นิทานชาดกนั้นประกอบด้วยคัมภีร์หลักอยู่ 2 ส่วน คือ คัมภีร์พระสุตตันตปิฏก และคัมภีร์อรรถกถา ขยายความเรื่องอีก 10 เล่ม นอกนั้นอาจปรากฏในพระวินัยปิฏกและพระสูตรส่วนอื่น ๆ หรือมีปรากฏในคัมภีร์อรรถกภาธรรมบทบ้าง ส่วนเนื้อหานิทานชาดกในอรรถกถามีโครงสร้างประกอบด้วย 5  ส่วนคือ

1. ปัจจุบันนิทาน กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ประทับอยู่ที่ไหน ทรงปรารภใคร

2. อดีตนิทาน เป็นเรื่องชาดกโดยตรง เรื่องที่เคยมีมาในอดีต บางเรื่องเป็นเรื่องทางประวัติศาสตร์ของชนชาติต่าง ๆ ในชมพูทวีป บางเรื่องเป็นนิทานท้องถิ่น บางเรื่องเป็นนิทานเทียบสุภาษิต เช่น คนพูดกับสัตว์ สัตว์พูดกับสัตว์ เป็นต้น

3. คาถา เป็นพุทธพจน์ที่ปรากฏในพระไตรปิฎก บางเรื่องเป็นพุทธพจน์โดยตรง บางเรื่องเป็นฤาษีภาษิต บางเรื่องเป็นเทวดาภาษิต แต่ถือเป็นพุทธพจน์เพราะเป็นคำที่นำมาตรัสเล่าใหม่

4. เวยยากรณภาษิต เป็นการอธิบายธรรมที่ปรากฏในชาดกนั้น ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

5. สโมธาน เป็นการสรุปชาดกให้เห็นว่าผู้ปรากฏในชาดกนั้น ๆ เป็นใคร เคยทำอะไรไว้

 
 แต่ในที่นี้ ได้มีการกำหนดโครงสร้างนิทานชาดกไว้เพียง 4 ตอน คือ

 ตอนที่หนึ่ง เป็นบทนำเรื่องทำให้ทราบว่าพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่ใด ปรารภใครถึงได้ตรัสนิทานเรื่องนี้

 ตอนที่สอง เป็นอดีตนิทานชาดกที่พระพุทธองค์ทรงนำมาสาธก

 ตอนที่สาม เป็นคาถาประจำเรื่องนั้น ๆ ซึ่งมีทั้งเป็นคาถาของพระพุทธเจ้า เทวดา บัณฑิต พระโพธิสัตว์ และสัตว์ในเรื่อง และ

 ตอนที่สี่ ตอนสุดท้าย เป็นคติประจำใจที่ไม่มีในอรรถกถาที่ผู้เขียนได้จัดทำขึ้นใหม่ เพื่อให้ครบองค์ของนิทานที่เรามักจะหยอดคำลงท้ายด้วยคำว่า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไรเสมอ

           อย่างไรก็ตาม นิทานชาดกนั้นมีนับพันเรื่อง เนื่องจากพระพุทธเจ้าได้เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์นับพันชาติ โดยทรงเกิดเป็นมนุษย์บ้าง เป็นสัตว์บ้าง แต่ที่รู้จักกันโดยทั่วไป คือ 10 ชาติสุดท้ายที่เรียกว่า ทศชาติชาดก และชาติสุดท้ายที่สุดนี้ทรงเกิดเป็นพระเวสสันดร จึงเรียกเรื่องพระเวสสันดรนี้ว่า เวสสันดรชาดก

           นอกจากนี้ ดร.สมิทธิพล เนตรนิมิตร ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ชาดก ไว้ว่า ชาดก มีความหมายที่ใช้กันทั่วไป 2  อย่าง
          1. หมายถึง เกิด เช่น “ปรับอาบัติทุกกฏภิกษุผู้แสวงหามีดและขวานเพื่อจะตัดต้นไม้และเถาวัลย์ที่เกิด ณ ที่นั้น” (ตตฺถ ชาตกกฏฺฐลตาเฉทนตฺถํ วาสิผรสํ) หรือ “ที่ขึ้นอยู่ที่นั้น ได้แก่ ที่เกิดบนหม้อดินที่ฝังไว้นาน” (ตตฺถ ชาตกนฺติ จิรนิหิตาย กุมฺภิยา อุปริ ชาตกํ)
          2. หมายถึง การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติของพระโพธิสัตว์ก่อนตรัสรู้ (ชาตํ ภูตํ อตีตํ ภควโต จริยํ, ตํ กียติ กถียติ เอเตนาติ ชาตกํ) ชาดกเป็นพระพุทธพจน์ประเภทที่ไม่ใช่พระสูตร เป็นคำสอนที่มีอิทธิพลต่อวิธีสอนธรรมในยุคต่อมา เป็นการสอนอย่างเล่านิทาน เหมาะกับผู้ฟังทุกระดับ เป็นเทคนิคที่คงประสิทธิผลต่อผู้ฟังมาทุกยุคสมัย เพราะผู้สอนมีความรู้หลายด้าน รู้วิธีนำเสนอ มีวาทศิลป์ เชื่อมโยงให้คนฟังมองเห็นภาพลักษณ์ชวนให้น่าติดตาม

           ทั้งนี้ ดร.สมิทธิพล ยังให้ข้อมูลว่า ชาดก มี 2 ประเภทคือ

           1. ชาดกในนิบาต หรือที่เรียกว่า นิบาตชาดก หมายถึงชาดกทั้ง 547 เรื่องที่มีอยู่ในคัมภีร์ขุททกนิกาย ของพระสุตตันตปิฎก หนึ่งในพระไตรปิฎก นิบาตชาดกแต่งเป็นคาถา คือ คำฉันท์ ล้วน ๆ โดยจะมีการแต่งขยายความเป็นร้อยแก้ว เป็นอรรถกถาชาดก เหตุที่เรียกว่า นิบาตชาดก ก็เพราะว่า ชาดกในพระไตรปิฎกนี้ จะถูกจัดหมวดหมู่ตามจำนวนคาถา มีทั้งหมด 22 หมวด หรือ 22 นิบาต นิบาตสุดท้าย คือ นิบาตที่ 22 ประกอบด้วยชาดก 10 เรื่อง หรือที่เรียกว่า ทศชาติชาดก

           โดย พระไตรปิฎก เล่มที่ 27 สุตตันตปิฎก ที่ 19 ขุททกนิกายชาดก ภาค 1 พระไตรปิฎก เล่มที่ 27 ซึ่งเป็นภาคแรกของชาดก ได้กล่าวถึงคำสอนทางพระพุทธศาสนา อันมีลักษณะเป็นนิทานสุภาษิต แต่ในตัวพระไตรปิฎกไม่ได้เล่าเรื่องไว้ มีแต่คำสุภาษิต รวมทั้งคำโต้ตอบในนิทาน โดยเรื่องละเอียดมีเล่าไว้ในอรรถกถา ซึ่งเป็นหนังสือที่แต่งขึ้นเพื่ออธิบายพระไตรปิฎกอีกต่อหนึ่ง

          อนึ่ง เป็นที่ทราบกันว่าชาดกทั้งหมดมี 550 เรื่อง แต่เท่าที่ได้ลองนับดูแล้วปรากฏว่า ในเล่มที่ 27 มี 525 เรื่อง ในเล่มที่ 28 มี 22 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 547 เรื่อง ขาดไป 3 เรื่อง แต่สาเหตุที่ขาดไป อาจเป็นเพราะบางเรื่องมีนิทานซ้อนนิทาน  และไม่ได้นับเรื่องซ้อนแยกออกไปก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม จำนวนที่นับได้ จัดว่าใกล้เคียงมาก พระไตรปิฎกเล่มที่ 28 สุตตันตปิฎกที่ 20 ขุททกนิกายชาดก ภาค 2 ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 เป็นเล่มที่รวมเรื่องชาดกที่เล็ก ๆ น้อย ๆ รวมกันถึง 525 เรื่อง แต่ในพระไตรปิฎก เล่มที่ 28 นี้ มีเพียง 22 เรื่อง เพราะเป็นเรื่องยาว ๆ ทั้งนั้น โดย 12 เรื่องแรกเป็นเรื่องที่มีคำฉันท์ ส่วน 10 เรื่องหลัง คือ เรื่องที่เรียกว่า มหานิบาตชาดก แปลว่า ชาดกที่ชุมนุมเรื่องใหญ่ หรือที่โบราณเรียกว่า ทศชาติ

          2. ชาดกนอกนิบาต หมายถึง ชาดกที่ไม่ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก เป็นชาดกที่ภิกษุชาวเชียงใหม่ได้รวบรวมเรื่องราวมาจากนิทานพื้นบ้านไทยมาแต่งเป็นชาดก ขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2000-2200 ชาดกนี้เรียกอีกชื่อว่า ปัญญาสชาดก แปลว่า ชาดก 50 เรื่อง และรวมกับเรื่องในปัจฉิมภาคอีก 11 เรื่อง รวมเป็น 61 เรื่อง

           อย่างไรก็ตาม สำหรับรายชื่อของนิทานชาดกนั้น ขอหยิกยกเฉพาะ ทศชาติชาดก ซึ่งเป็นชาดกที่สำคัญ และเป็นที่รู้จักกันดี โดยกล่าวถึง 10 ชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก่อนจะเสวยพระชาติมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้า หรือเจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยวงศ์ สำหรับชาดกทั้ง 10 เรื่องนี้ เพื่อให้จำง่าย จึงมักนิยมท่องโดยใช้พยางค์แรกของแต่ละชาติ คือ เต ช สุ เน ม ภู จ นา วิ เว โดยชาดกในเรื่องต่าง ๆ จะมีเรื่องย่อพอสังเขป ดังนี้

 ชาติที่ 1 เตมียชาดก (เต)

          ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญเนกขัมมบารมี คือ การออกบวช หรือ ออกจากกาม โดยเล่าเรื่องของเตมียราชกุมาร ซึ่งเกรงการที่จะได้ครองราชสมบัติ เพราะทรงสลดพระหฤทัยที่เห็นราชบุรุษลงโทษโจรตามพระราชดำรัสของพระราชา เช่น เฆี่ยนพันครั้งบ้าง เอาหอกแทงบ้าง เอาหลาวเสียบบ้าง จึงใช้วิธีแสร้งทำเป็นง่อยเปลี้ย หูหนวก เป็นใบ้ไม่พูดจากับใคร แม้จะถูกทดลองต่าง ๆ ก็ไม่ยอมแสดงอาการพิรุธให้ปรากฏ เพื่อจะเลี่ยงการครองราชสมบัติ

           จากนั้นเมื่อพระราชาปรึกษาพวกพราหมณ์ ก็ได้รับคำแนะนำว่า ให้นำราชกุมารไปฝังเสีย ด้านพระราชมารดาที่ทรงคัดค้านไม่สำเร็จ ก็ทูลขอให้พระราชกุมารครองราชสัก 7 วัน แต่พระราชกุมารก็ไม่ยอมพูด ต่อเมื่อ 7 วันแล้ว สารถีนำราชกุมารขึ้นสู่รถเพื่อนำไปฝังตามรับสั่งพระราชา ขณะที่ขุดหลุมอยู่พระราชกุมารก็เสด็จลงจากรถ ตรัสปราศัยกับนายสารถี แจ้งความจริงให้ทราบว่า มีพระประสงค์จะออกบวช สารถีเลื่อมใสในคำสอนขอออกบวชด้วย จึงตรัสให้นำรถกลับไปคืนก่อน สารถีนำความไปเล่าถวายพระราชมารดา พระราชบิดาให้ทรงทราบ

           ทั้งสองพระองค์พร้อมด้วยอำมาตย์ราชบริพารจึงได้เสด็จออกไปหา เชิญให้พระราชกุมารเสด็จกลับไปครองราชสมบัติ แต่พระราชกุมารกลับถวายหลักธรรมให้ยินดีในเนกขัมมะ  คือ การออกจากกาม พระชนกชนนีพร้อมด้วยบริวารทรงเลื่อมใสในคำสอน ก็เสด็จออกผนวชและบวชตาม กระทั่งมีพระราชาอื่นอีกเป็นอันมาก ทีได้สดับพระราชโอวาทและขอออกผนวชตามเช่นกัน
         
ชาติที่ 2 มหาชนกชาดก (ช)   

          ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญวิริยบารมี คือ ความพากเพียร ใจความสำคัญ คือ พระชนกกุมาร โอรสพระเจ้าอริฏฐชนก กษัตริย์เมืองมิถิลา ขณะที่เสด็จลงสำเภาไปค้าขาย เกิดพายุใหญ่เรือแตกกลางมหาสมุทร พระมหาชนกทรงว่ายน้ำโต้คลื่นอยู่ในมหาสมุทรถึง 7 วัน นางเมขลาเห็นจึงพูดลองใจว่า ให้พระองค์ยอมตายเสียตามบุญตามกรรม แต่พระองค์ก็ไม่ทรงฟัง ยังพยายามว่ายน้ำโต้คลื่นอยู่ตามเดิม เมื่อนางเมขลาเห็นดังนั้น จึงเกิดเลื่อมใสในความพยายาม จึงอุ้มพระองค์เหาะไปส่งที่ฝั่ง ก่อนที่พระองค์จะกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองมิถิลา กระทั่งได้ครองราชสมบัติในที่สุด

 ชาติที่ 3 สุวรรณสามชาดก (สุ)
         
          ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญเมตตาบารมี คือ การแผ่ไมตรีจิต คิดจะให้สัตว์ทั้งปวงเป็นสุขทั่วหน้า มีเรื่องเล่าว่า สุวรรณสามเลี้ยงมารดาบิดาของตนซึ่งเสียจักษุในป่า และเนื่องจากเป็นผู้เมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่น ทำให้มีบรรดาสัตว์มากมายแวดล้อมไปในที่ต่าง ๆ วันหนึ่งพระเจ้ากรุงพาราณสีชื่อปิลยักษ์ ยิงสุวรรณสามด้วยธนู เนื่องจากเข้าพระทัยผิด จนเป็นเหตุให้สุวรรณสามถูกพิษที่ธนูจนสิ้นสติ ภายหลังเมื่อทราบว่า สุวรรณสามเป็นมาณพผู้เลี้ยงมารดาบิดา ก็สลดพระทัย จึงไปนำมารดาบิดาของสุวรรณสามมา

          จากนั้น เมื่อมารดาบิดาของสุวรรณสามตั้งสัจจกิริยา อ้างคุณความดีของสุวรรณสาม ขอให้พิษของศรหมดไป กระทั่งสุวรรณสามฟื้นขึ้นมา และได้สอนพระราชา แสดงคติธรรมว่า ผู้ใดเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม แม้เทวดาก็ย่อมรักษาผู้นั้น ย่อมมีคนสรรเสริญในโลกนี้ เมื่อละโลกนี้ไปแล้วก็ บันเทิงในสวรรค์ เมื่อพระราชาขอให้สั่งสอนต่อไปอีก ก็สอนให้ทรงปฏิบัติธรรมปฏิบัติชอบในบุคคลทั้งปวง

 ชาติที่ 4 เนมิราชชาดก (เน)
          ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญอธิฏฐานบารมี คือ ความตั้งใจมั่นคง มีเรื่องเล่าว่า เนมิราชกุมารได้ขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์ต่อจากพระราชบิดา ทรงบำเพ็ญคุณงามความดี เป็นที่รักของมหาชน และในที่สุดเมื่อทรงพระชราก็ทรงมอบราชสมบัติแก่พระราชโอรส พระองค์ก็เสด็จออกผนวชเช่นเดียวกับที่พระราชบิดาของพระองค์เคยทรงบำเพ็ญมา

 ชาติที่ 5 มโหสถชาดก (ม)   

          ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญปัญญาบารมี คือ ความรู้ทั่วถึงสิ่งที่ควรรู้ มีเรื่องเล่าว่า มโหสธบัณฑิตเป็นที่ปรึกษาหนุ่มของพระเจ้าวิเทหะแห่งกรุงมิถิลา ท่านมีความฉลาดรู้สามารถแนะนำในปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องรอบคอบ จนสามารถเอาชนะที่ปรึกษาอื่น ๆ ที่ริษยาใส่ความได้ และด้วยความดีที่ไม่พยาบาทอาฆาต มโหสธบัณฑิตจึงสามารถใช้อุบายป้องกันพระราชาจากราชศัตรู และจับราชศัตรูซึ่งเป็นกษัตริย์พระนครอื่นได้

 
 ชาติที่ 6 ภูริทัตชาดก (ภู)

          ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญศีลบารมี คือ การารักษาศีล มีเรื่องเล่าว่า ภูริทัตนาคราชไปจำศีลอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ยอมอดทนให้หมองูจับไปทรมานต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่สามารถจะทำลายหมองูได้ด้วยฤทธิ์ ทว่า ภูริทัตตนาคราชยังคงยึดมั่นต่อศีลของตน จนในที่สุดภูริทัตตนาคราชก็ได้อิสรภาพดังที่ปรารถนา

 
 ชาติที่ 7 จันทชาดก (จ)

          ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญขันติบารมี คือความอดทน มีเรื่องเล่าว่า จันทกุมารเป็นโอรสของพระเจ้าเอกราช เคยช่วยประชาชนให้พ้นจากคดี ซึ่งกัณฑหาลพราหมณ์ ราชปุโรหิดาจารย์รับสินบนตัดสินไม่เป็นธรรม ประชาชนก็พากันเลื่อมใสเปล่งสาธุการ ทำให้กัณฑหาลพราหมณ์ผูกอาฆาตในพระราชกุมาร

           ในเวลาต่อมา พระเจ้าเอกราชทรงพระราชสุบินเห็นดาวดึงเทวโลก เมื่อตื่นบรรทมทรงใคร่จะทราบทางไปสู่เทวโลก จึงตรัสถามกัณฑหาลพราหมณ์ เป็นโอกาสให้พราหมณ์แก้แค้นด้วยการกราบทูลแนะให้ตัดพระเศียรพระโอรสธิดา เป็นต้นบูชายัญ พระเจ้าเอกราชที่เป็นคนเขลา ก็สั่งจับพระราชโอรส 4 พระองค์ และคนอื่น ๆ เพื่อเตรียมประหารเช่นกัน แม้ใครจะทัดทานขอร้องก็ไม่ได้ผล ร้อนถึงท้าวสักกะ (พระอินทร์) ต้องมาข่มขู่ และชี้แจงให้หายเข้าใจผิดว่า วิธีนี้ไม่ใช่ทางไปสวรรค์ มหาชนจึงรุมฆ่าพราหมณ์ประโรหิตนั้น และเนรเทศพระเจ้าเอกราช แล้วกราบทูลเชิญจันทกุมารขึ้นครองราชย์แทน

 ชาติที่ 8 นารทชาดก (นา)

          ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญอุเบกขาบารมี คือ การวางเฉย มีเรื่องเล่าว่า พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวหมาพรหม นามว่า พระนารทะ ได้จำแลงกายเป็นนักบวชมาแสดงธรรมเทศนาสั่งสอนพระเจ้าอังคติ กษัตริย์นครมิถิลา ที่เคยปกครองบ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข ทรงศีลอุโบสถตลอดมา จนวันหนึ่งได้สนทนาธรรมกับนักบวชชีเปลือยคุณาชีวกะ ทำให้เกิดหลงผิด ละเว้นการรักษาศีลทำทานเสียสิ้น หันมาโปรดปรานมหรสพรื่นเริง ไม่สนใจกิจการของบ้านเมือง และเมื่อพระเจ้าอังคติได้ฟังคำสั่งสอนของพระนารทะมหาพรหม ว่าการกระทำสิ่งใดควรมีอุเบกขา คือ การวางใจเป็นกลาง ใช้ปัญญาพิจารณาให้รอบคอบ เมื่อเห็นว่าสิ่งใดดีมีประโยชน์จึงเชื่อ และปฏิบัติตาม กระทั่งพระเจ้าอังคติสามารถกลับมาตั้งมั่นในทศพิธราชธรรมได้ดังเดิม

 ชาติที่ 9 วิทูรชาดก (วิ)

          ชาดกเรื่องนี้เสดงถึงการบำเพ็ญสัจจบารมี คือ ความสัตย์ มีเรื่องเล่าถึงวิทูรบัณฑิต ซึ่งเป็นผู้ถวายคำแนะนำประจำราชสำนัก พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะเป็นผู้ที่พระราชาและประชาชนรักใคร่เคารพนับถือมาก ครั้งหนึ่ง ปุณณกยักษ์มาท้าพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะเล่นสกา ถ้าตนแพ้จักถวายมณีรัตนะอันวิเศษ ถ้าพระราชาแพ้ก็จะพระราชทานทุกสิ่งที่ต้อง ยกเว้นแต่พระกายของพระองค์ ราชสมบัติ และพระมเหสี ในที่สุดพระราชาแพ้ ปุณณกยักษ์จึงทูลขอตัววิทูรบัณฑิต ซึ่ง พระราชาจะไม่พระราชทานก็เกรงเสียสัตย์ พระองค์ตีราคาวิธรบัณฑิตยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทองใด ๆ ทรงหน่วงเหนี่ยวด้วยประการต่าง ๆ ก่อนไต่ถามให้วิธรบัณฑิตตัดสิน

           ทางด้านวิธรบันฑิต เมื่อได้ฟังเรื่องร่าวต่าง ๆ ก็ได้ตัดสินให้พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะรักษาสัตย์ คือ ตนเองยอมไปกับยักษ์ ทั้งที่ความจริงแล้วยักษ์ต้องการเพียงเพื่อจะนำหัวใจของวิทูรบัณฑิตไปแลกกับธิดาพญานาค ซึ่งเป็นอุบายของภริยาพญานาคผู้ใคร่จะได้สดับธรรมของวิทูรบัณฑิต จึงตกลงกับสามีว่า ถ้าปุณณกยักษ์ต้องการธิดาของตน ก็ขอให้นำหัวใจของวิทูรบัณฑิตมา ทว่า แม้ยักษ์จะทำอย่างไร ก็ไม่สามารถทำให้วิทูรบัณฑิตตายได้ ต่อมาวิทูรบัณฑิตได้แสดงสาธุนรธรรม (ธรรมของคนดี) ให้ยักษ์เลื่อมใส และได้แสดงธรรมแก่พญานาค และในที่สุดวิทูรบัณฑิตจึงได้กลับมาสู่กรุงอินทปัตถ์ดังเดิม

 ชาติที่ 10 เวสสันดรชาดก (เว)

          ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญทานบารมี คือ การบริจาคทาน มีเรื่องเล่าถึงพระเวสสันดรผู้ใจดีบริจาคทุกอย่างที่มีคนขอ ครั้งหนึ่งพระเวสสันดรได้ประทานช้างเผือกคู่บ้านคู่เมืองแก่พราหมณ์ ชาวกาลิงคะ ซึ่งมาขอช้างไปเพื่อให้หายฝนแล้ง แต่ประชาชนโกรธแค้นและขอให้เนรเทศพระเวสสันดรออกจากเมือง ดังนั้นพระราชบิดาจึงจำพระทัยต้องสั่งเนรเทศ ซึ่งพระนางมัทรีพร้อมด้วยพระโอรสธิดาได้ตามเสด็จพระเวสสันดรไปด้วย

          ในเวลาต่อมา เมื่อชูชกไปของสองกุมาร พระเวสสันดรก็ยังประทานอีก ภายหลังพระเจ้าสญชัยพระราชบิดาของพระเวสสันดรจึงทรงตามไปไถ่สองกุมาร และเสด็จไปรับกลับกรุง ซึ่งเรื่องนี้แสดงถึงการเสียสละส่วนน้อยเพื่อมุ่งไปสู่ประโยชน์ส่วนใหญ่ คือ การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า อันจะเป็นทางให้ได้บำเพ็ญประโยชน์ส่วนรวมได้ดียิ่ง มิใช่เสียสละโดยไม่มีจุดมุ่งหมายหรือเหตุผล

อ้างถึง http://hilight.kapook.com/view/79298

2

สนาม : กูดิสัน พาร์ค
ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน
ผู้ทำประตู : [0:1]คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ น.76, [1:1]สตีเว่น พีนาร์ น.90, [2:1]นิคิช่า เยลาวิช น.90
ผู้ชม : 36,494 คน

     นาที 76 ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำจาก คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ ยิงด้วยขวาระยะ 25 หลาแฉลบขา ซิลแว็ง ดิสแต็ง เปลี่ยนทางลอยข้าม ทิม ฮาวเวิร์ด เข้าประตูไป 1:0

     นาที 90 เอฟเวอร์ตัน มาได้ประตูตีเสมอเมื่อ เชมัส โคลแมน เปิดบอลจากฝั่งขวาให้ สตีเว่น พีนาร์ โขกไกลผ่าน อูโก้ โยริส เข้าประตูเป็น 1:1

     จากนั้น "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็มาประตูเพิ่มและเป็นประตูชัยในจังหวะที่ อปอสโตลอส เวลลิออส จักรยานอากาศไปเข้าทาง นิคิช่า เยลาวิช ซัดตุงตาข่าย 2:1

     จบเกมการแข่งขัน เอฟเวอร์ตัน พลิกเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไปได้ 2:1 ขึ้นที่ 4 มี 26 คะแนนเท่า สเปอร์ส, เวสต์บรอมวิช แต่ลูกได้-เสียดีกว่า

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เอฟเวอร์ตัน ระบบ : 4-4-1-1
ผู้รักษาประตู : ทิม ฮาวเวิร์ด
กองหลัง : เชมัส โคลแมน, ฟิล จากีลก้า, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, เลห์ตัน เบนส์
กองกลาง : ลีออน ออสแมน(อปอสโตลอส เวลลิออส น.81), ดาร์รอน กิ๊บสัน, มารูอาน เฟลไลนี่, สตีเว่น พีนาร์
กองหน้า : เควิน มิรัลลาส(สตีเว่น เนย์สมิธ น.46) - นิคิช่า เยลาวิช(จอห์น ไฮติงก้า น.90)

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ระบบ : 4-4-2
ผู้รักษาประตู : อูโก้ โยริส
กองหลัง : ไคล์ วอล์คเกอร์, วิลเลียม กัลลาส, สตีเว่น คอลเกอร์, ยาน แฟร์ทองเก้น
กองกลาง : อารอน เลนน่อน(ทอม ฮัดเดิ้ลสโตน น.72), ซานโดร, มุสซ่า เดมเบเล่(กิลฟี่ ซิกูร์สสัน น.77), คลินท์ เดมพ์ซี่ย์
กองหน้า : เอ็มมานูเอล อเดบายอร์, เจอร์เมน เดโฟ(ลาโก้ น.85)

อ้างถึง http://www.rakball.net/overview.php?c=3&id=60136

3

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน
ผู้ทำประตู : [0:1]เวย์น รูนี่ย์ น.16, [0:2]เวย์น รูนี่ย์ น.29, [1:2]ยาย่า ตูเร่ น.60, [2:2]ปาโบล ซาบาเลต้า น.86, [2:3]โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.90
ผู้ชม : 47,166 คน

     เล่นมาได้ 5 นาที แมนฯซิตี้ ได้ฟรีคิกนอกเขตทางฝั่งซ้ายและเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ จัดการยิงเรียดไปที่เสาแรก ดาบิด เดเกีย พุ่งปัดบอลออกไป

     นาที 10 เจ้าบ้านยังได้ลุ้นต่อเมื่อ กาแอล กลิชี่ เติมเกมขึ้นมาทางซ้ายถึงเส้นหลังตวัดมาหน้าประตูมี มาริโอ บาโลเตลลี่ เข้าซัดก่อนจะยิงโด่งข้ามคานเสีย

     นาที 16 แมนฯยู มาได้ประตูขึ้นนำก่อน 1:0 จาก แอชลี่ย์ ยัง พาบอลมาทางซ้ายไหลบอลให้ เวย์น รูนี่ย์ แตะหนึ่งจังหวะแล้วยิงทะแยงมุมเบาๆ เบียดเสาเข้าไปชนิด โจ ฮาร์ท ทำได้แค่ยืนมอง

     นาที 24 เจ้าบ้านได้ลุ้นจาก เซร์คิโอ อกูเอโร่ เลี้ยงแหวกกองหลังแมนฯยู เข้าเขตโทษก่อนจังหวะยิงเบาไป ดาบิด เดเกีย ล้มตัวรับบอลได้ทัน

     นาที 29 ทีมเยือนขยับสกอร์หนีห่างไปเป็น 2:0 จาก ราฟาเอล ดา ซิลวา เปิดจากด้านขวาให้ เวย์น รูนี่ย์ เข้าแปบอลหน้าประตูไม่พลาด

     ช่วงท้ายเกม แมนฯซิตี้ พยายามทำประตูไข่แตกให้ได้แต่ก็ยังเจาะประตู แมนฯยู ไม่ได้จนหมด 45 นาทีแรก ผียังนำอยู่ 2:0

     มาเล่นกันต่อในครึ่งหลังนาที 56 เซร์คิโอ อกูเอโร่ ได้จังหวะปั่นโค้งจากนอกกรอบแต่แรงไป ทำให้หลุดข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

     นาที 59 แมนฯยู เกือบได้ประตูที่สามเมื่อ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงไกลบอลไปชนเสากระดอนเข้าทาง แอชลี่ย์ ยัง ซ้ำเข้าไปทว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าเสีย

     จากนั้นเป็น แมนฯซิตี้ บุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วและบอลชุลมุนอยู่หน้าประตูทีมเยือนก่อนที่ คาร์ลอส เตเบซ จะไหลให้ ยาย่า ตูเร่ ยิงเสียบมุม 1:2

     นาที 78 เจ้าบ้านเกือบตีเสมอจาก ดาบิด ซิลบา หลุดขึ้นมาทางด้านขวาล็อคกลับแล้วยิงไปแฉลบ ดาบิด เดเกีย เด้งชนคานออกหลัง

     นาที 86 "เรือใบ" ตามตีเสมอจนได้จากลูกเตะมุมเปิดมาหน้าประตู ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งสกัดไปเข้าทาง ปาโบล ซาบาเลต้า ยิงสวนทันทีเสียบเสาเข้าไปเป็น 2:2

     ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ "ผีแดง" ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกฟรีคิกของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงด้วยซ้ายแฉลบ ซาเมียร์ นาสรี่ ชนเสาไกลเข้าไป 3:2

     จบเกมการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ 3:2 คว้าสามแต้มหนีไปเป็น 6 คะแนน พร้อมทำให้เรือแพ้เป็นนัดแรกในฤดูกาลนี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระบบ : 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู : โจ ฮาร์ท
กองหลัง : ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี(โคโล่ ตูเร่ น.21), มาติย่า นาสตาซิช, กาแอล กลิชี่
กองกลาง : ยาย่า ตูเร่(เอดิน เซโก้ น.84), แกเร็ธ แบร์รี่ - ดาบิด ซิลบา, เซร์คิโอ อกูเอโร่, ซาเมียร์ นาสรี่
กองหน้า : มาริโอ บาโลเตลลี่(คาร์ลอส เตเบซ น.52)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบบ : 4-4-2
ผู้รักษาประตู : ดาบิด เดเกีย
กองหลัง : ราฟาเอล ดา ซิลวา, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์(คริส สมอลลิง น.49), ปาทริซ เอวร่า
กองกลาง : อันโตนิโอ วาเลนเซีย(ฟิล โจนส์ น.85), ไมเคิ่ล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์(แดนนี่ เวลเบ็ค น.88), แอชลี่ย์ ยัง
กองหน้า : เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่


อ้างถึง http://www.rakball.net/overview.php?c=3&id=60127

4

เจมส์ คอลลิ่นส์(og)ช่วย ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ "ขุนค้อน"เวสต์แฮม สกอร์ 3:2 ส่ง"หงส์เเดง"ผงาดขึ้นที่ 10 ของตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อผ่านนัดที่ 16

สนาม : อัพตัน ปาร์ค
ผู้ตัดสิน : ลี โพร์เบิร์ต
เวลา : 23.00 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1 (101)
ผู้ทำประตู : [0:1]เกล็น จอห์นสัน น.11,[1:1]มาร์ค โนเบิ้ล น.36,[2:1]สตีเว่น เจอร์ราร์ด(ทำเข้าประตูตัวเอง น.43),[2:2]โจ โคล น.76,[2:3]เจมส์ คอลลิ่นส์(เข้าประตูตัวเอง น.79)

เริ่มเกม

     "หงส์เเดง"ลิเวอร์พูล ทีมเยือนเป็นฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มเกมครึ่งเวลาเเรก โดยจะบุกจากซ้ายไปขวา

     นาทีที่ 6 "ขุนค้อน"เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ลุ้นก่อน จากลูกยิงไกลของโมฮาเหม็ด ดิยาเม่ เเต่ไปติด คาร์ลตัน โคลบอลออกไปอย่างน่าเสียดาย

     นาทีที่ 11 เกล็น จอห์นสันลากบอลตัดจากด้สนริมเส้นฝั่งขวา เข้ากลางมายิงบอลเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม พร้อมกับเป็นประตูช่วยให้ ลิเวอร์พูล บุกมานำ เวสต์แฮม 1:0

     นาทีที่ 15 เกล็น จอห์นสันลากบอลจากด้านริมเส้นฝั่งขวาตัดเข้ากลาง ก่อนจะจ่ายให้ราฮีม สเตอร์ลิ่งสอดเข้ามายิงบอลหลุดเสาเเรกออกไป

     นาทีที่ 28 แม็ตต์ จาร์วิสเปิดบอลจากด้านริมเส้นฝั่งซ้ายไปหน้าปากประตู มาร์ติน สเคอร์เทลวิ่งมาสกัดบอลออกไปได้ก่อนจะถึงคาร์ลตัน โคลที่รอยิง

     นาทีที่ 36 กีย์ เดเมลยิงบอลไปติดเเขนโจ อัลเลน ลี โพร์เบิร์ตผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกจุดโทษ เเละจังหวะสุดท้ายมาร์ค โนเบิ้ลรับหน้าที่สังหารเข้าไปตุงตาข่าย เวสต์แฮม ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล 1:1

     นาทีที่ 43 แม็ตต์ จาร์วิสโยนบอลจากด้านริมเส้นฝั่งซ้าย เข้าไปลุ้นเเละจังหวะสุดท้ายเป็นความโชคร้ายของสตีเว่น เจอร์ราร์ดที่โหม่งบอลผิดเหลี่ยมเข้าไปตุงตาข่าย



พักครึ่งเวลาเเรก

     "ขุนค้อน"เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เจ้าบ้านเป็นฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มเกมครึ่งเวลาหลัง โดยจะบุกจากซ้ายไปขวา

     นาทีที่ 60 คาร์ลตัน โคลกระชากบอลหลุดขึ้นไปด้านซ้าย ก่อนจะตวัดเข้ากลางมาลุ้นหน้าปากประตูทีมเยือน เเต่จังหวะสุดท้ายมาร์ติน สเคอร์เทลสกัดบอลออกไปได้

     นาทีที่ 67 สจ๊วร์ต ดาวนิ่งไหลบอลจากด้านซ้าย เข้ากลางให้โจ โคล กระโดดข้ามบอล หลอก ให้ราฮีม สเตอร์ลิ่งได้วิ่งเข้ามายิง ยุสซี่ ยาสเคไลเน่นต้องพุ่งปัดออกไป

     นาทีที่ 76 ราฮีม สเตอร์ลิ่งจ่ายบอลทะลุช่องให้กับโจ โคลหลุดขึ้นมาด้านซ้าย ก่อนจะยิงบอลเสียบโคนเสาสองเข้าไปตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอ เวสต์แฮม 2:2

     นาทีที่ 79 จอร์แดน เฮนเดอร์สันเปิดบอลจากด้านริมเส้นฝั่งขวา เจมส์ คอลลิ่นส์พุ่งสกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าไปตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล ออกนำ เวสต์แฮม 3:2

     นาทีที่ 87 โมดิโบ ไมก้าที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาได้โอกาสยิงฟรีคิกด้วยขวา บอลโด่งข้ามคานออกไป

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ระบบ 4-2-3-1 :
ผู้รักษาประตู : ยุสซี่ ยาสเคไลเน่น
กองหลัง : โจอี้ โอไบรอัน,เจมส์ คอลลิ่นส์,วินสตัน รีด,กีย์ เดเมล(จอร์จ แม็คคาร์ทนี่ย์ น.46)
กองกลาง : โมฮาเหม็ด ดิยาเม่( เจมส์ คอลลิ่นส์ น.72),มาร์ค โนเบิ้ล-เควิน โนแลน,แม็ตต์ จาร์วิส, แม็ทธิว เทย์เลอร์(โมดิโบ ไมก้า น.86)
กองหน้า : คาร์ลตัน โคล

ลิเวอร์พูล ระบบ 4-3-3 :
ผู้รักษาประตู : โฆเซ่ เรน่า
กองหลัง : เกล็น จอห์นสัน,มาร์ติน สเคอร์เทล,ดาเนียล แอ็กเกอร์,โฆเซ่ เอ็นริเก้(โจ โคล น.27)
กองกลาง : สตีเว่น เจอร์ราร์ด,ลูคัส เลว่า(จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.70),โจ อัลเลน
กองหน้า : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง,สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง,จอนโจ้ เชลวี่ย์

อ้างถึง http://www.rakball.net/overview.php?c=3&id=60130

6
หัวข้อนี้ได้ถูกย้ายไปบอร์ด http://www.zone-it.com/forum/index.php?topic=225533.0

เนื่องจากเป็น linkbucks ซึ่งผิดกฏนะครับ

7
เวลาปิดไฟล์งาน Microsoft Word 2010 จะขึ้น Stopped Working ตลอดครับ ไม่รู้จะแก้ไขยังไง [$6$]

ลองลงโปรแกรมใหม่แล้วแต่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม เป็นเฉพาะ Word ตัวเดียวครับ ใช้มาตั้งนานอยู่ดีๆก็เป็น [{-20-}]





รบกวนผู้รู้ขอวิธีแก้ไขด้วยนะครับ ขอบคุณครับ [{-11-}]

8
PicPost / โรงแรมเรือ 5 ดาวล่องแม่น้ำอะเมซอน
« เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2012, 23:43:34 »






































ที่มา mthai

9






















ที่มา mthai

10

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เว็บไซต์เมกะอัพโหลด เว็บแชร์และอัพโหลดข้อมูลชื่อดัง ถูกทางสหรัฐฯ สั่งปิดเว็บเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังถูกทางการตั้งข้อหาว่า เป็นผู้จัดหาให้มีการดาวน์โหลดภาพยนตร์ เพลง และเนื้อหาอื่นๆอย่างผิดกฎหมาย

ขณะเดียวกันก็ถูกสั่งฟ้องเพิ่มอีก 5 ข้อหา ซึ่งรวมทั้งข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ ฟอกเงินและกรรโชกทรัพย์ หลังจากที่เจ้าของลิขสิทธิ์พากันรายงานพร้อมทั้งร้องเรียน ถึงการละเมิดลิขสิทธิ์แต่ก็ถูกเพิกเฉยที่จะลบไฟล์ละเมิดต่างๆ ออกจากเว็บไซต์

สำหรับเมกะอัพโหลด เป็นเว็บไซต์แชร์และอัพโหลดข้อมูลชื่อดังและเป็นองค์กรใหญ่ระดับโลก โดยมีรายได้มากกว่า 175 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรายได้มากกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้มาจากการเก็บค่าสมาชิก และอีก 25 ล้านเหรียญสหรัฐมาจากโฆษณา เว็บไซต์ดังกล่าวมีผู้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกกว่า 150 ล้านคนและมียอดผู้เข้าชมเฉลี่ยราว 50 ล้านคนต่อวัน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเว็บไซต์เมกะอัพโหลดไม่สามารถเข้าใช้บริการได้อีกต่อไป ซึ่งการปิดเว็บไซต์ดังกล่าว สร้างความตื่นตัวและสั่นคลอนแก่บรรดาเว็บไซต์ชื่อดังในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก



ที่มา http://news.mthai.com/world-news/150287.html

11
PicPost / โรงเชือดปลาฉลามในประเทศญี่ปุ่น
« เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2011, 22:08:23 »


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา http://picpost.mthai.com/view/17074

13
สภากาแฟ / ประโยชน์ของสารส้ม
« เมื่อ: 20 ตุลาคม 2011, 23:32:25 »

สารส้มใช้ทำให้น้ำตกตะกอน สำคัญอย่าลืมซื้อพกติดตัวกันไว้สัก 2-3 ก้อน ถึงน้ำที่แกว่งสารส้มแล้วจะยังใช้ดื่มไม่ได้ แต่ก็นำมาใช้อาบน้ำ ซักเสื้อผ้า ล้างจานชามได้และน้ำที่แกว่งสารส้มแล้วสามารถนำมาต้มฆ่าเชื้อโรค แล้วนำมาใช้ดื่มหรือทำอาหารรับประทานได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะสะอาดพอหรือยังก็ควรนำน้ำที่แกว่งสารส้มแล้ว มาผ่านเครื่องกรองน้ำอีกชั้นหนึ่ง

สารส้ม
Ammonium alum และ Potassium alum คือ เกลือเชิงซ้อนของสารประกอบที่มี ธาตุ อะลูมิเนียม และ ซัลเฟต เป็นส่วนประกอบหลัก หรือ รู้จักกันในนามว่าสารส้ม (alum) หรือ ผลึกเกลือ มีสูตรทางเคมีทั่วไปคือ [M( l )M,( l l l ) (SO4)2 . 12H2O] ดังนั้นสารใดที่มีโครงสร้างของสูตรทางเคมี ที่กล่าวมา มันก็คือสารส้มที่เรารู้จักและคุ้นเคยนั้นเอง

ประวัติ
สารส้ม (alum) มีการผลิตในระยะแรก ๆ ที่ไหน เมื่อไร ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่มีรายงานว่าใน แถบเอเซียตอนกลาง มีการผลิตและซื้อขายสารส้มกันมาช้านานแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ปี
สารส้ม (alum) พบว่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณที่เคยเป็นภูเขาไฟ มาก่อน การนำมาใช้บางแห่งต้องสกัดออกมาจากดิน เช่นเดียวกับการทำเกลือสินเธาว์บางแห่งผลิตจากแร่ส้มหิน (alunite, alumstone หรือ alunrock)โดยนำมาเผาเมื่อละลายจึงนำไปตกตะกอน หรือแร่อี่น ๆ ที่มี อลูมิเนียม(aluminum)เป็นองค์ประกอบ ในประเทศไทยชาวบ้านเรียกว่า ดินส้ม พบอยู่หลายจังหวัดมีมากที่จังหวัดเลย แต่สารส้มที่พบตามธรรมชาติ มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการ มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีการผลิตขึ้นมาเอง โดยนำเอาแร่ธาตุจากธรรมชาติที่มีปริมาณอะลูมินาสูงเป็นวัตถุดิบได้สำเร็จ และผลิตเป็นการค้า มาจนถึงปัจจุบัน สารส้ม (alum) มีประโยชน์และมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันมาก แต่ไม่ค่อยมีใครได้นึกถึง เพราะไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น น้ำประปาที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ต้องอาศัยสารส้มทำให้ใส ใช้ในอุตสากรรม กระดาษ ฟอกหนัง ย้อมผ้า ฟอกสี ทำผงฟู และ ยา เป็นต้น

ประเภทของสารส้ม
สารส้ม (alum) มีรากศัพท์มาจากคำในภาษาลาตินว่า alumen แปลว่า สารทำให้หดตัว (astringent) แต่ในปัจจุบัน สารส้มหมายถึงเกลือเชิงซ้อน ( ผลึกเกลือ ) ของสารประกอบที่มี ธาตุอะลูมิเนียม และ ซัลเฟต เป็นส่วนประกอบหลัก แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. เกลือซัลเฟตของอะลูมิเนียมหรืออะลูมิเนียมซัลเฟต [AL2(SO4)3. XH2O] ลักษณะ เป็น ก้อนผงสีขาว
2. เกลือเชิงซ้อนของโพแทสเซียมหรือโพแทสเซียมอะลั่ม [AL2(SO4)3 . K2SO4 . 24H2O] ลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
3. เกลือเชิงซ้อนของแอมโมเนียมหรือแอมโมเนียมอะลั่ม [AL2(SO4)3 . (NH4)2SO4 . 24H2O] ลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
อย่างไรก็ตามสารส้ม (alum) ทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว นำไปใช้ประโยชน์อย่างเดียวกัน การเติม ammonium และ potassium ลงไปก็เพื่อความประสงค์อื่น คือต้องการให้เป็นก้อนผลึกใสและบริสุทธิ์ ยิ่งขึ้นเนื่องจากอุสาหกรรมหลายชนิด เช่น การผลิตกระดาษคุณภาพสูง และผสมทำผงฟู เป็นต้น ต้องการสารส้ม ที่มีความบริสุทธ์ มากๆ

ประโยชน์
สารส้มนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางทั้งในอุตสาหกรรมและที่เกี่ยวข้องกับผิวหนังของคน กล่าวคือ
1. การใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม ส่วนมากจะใช้ในอุตสาหรรมการประปา รองลง มาได้แก่ อุตสาหกรรมกระดาษ ย้อมผ้า ฟอกหนัง ผสมเป็นยาดับเพลิง สารดับกลิ่น ฟอกสี และ ผสมทำผงฟูใช้ในการทำขนมปัง เป็นต้น
2. การใช้เกี่ยวข้องกับผิวหนัง
- ใช้ดับกลิ่นตัวได้ทุกส่วนของร่างกายตามที่ต้องการ โดยเฉพาะที่ใต้วงแขน ( รักแร้ ) และ เท้า สามารถระงับ กลิ่นได้ 100 % นานถึง 24 ช.ม และหน่วงการเกิดกลิ่นได้ไม่ต่ำกว่า 10 ช.ม
- ใช้ทาหลังโกนหนวดจะไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ช่วยห้ามเลือดและสมานบาดแผลที่เกิดจากมีดโกนบาด หรือ บาดแผลเล็กน้อย
- ใช้ทาที่ส้นเท้าจะรักษาและป้องกันส้นเท้าแตก
- ทาแก้คันตามผิวหนังเมื่อถูกยุงกัดหรือคันจากสาเหตุอื่น

คุณสมบัติ
1. ไม่มีสีและกลิ่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พิเศษของมัน เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบใช้น้ำหอม เพราะจะไม่มีกลิ่นไปรบกวนหรือหักล้างกลิ่นน้ำหอมที่ใส่อยู่ กล่าวคือ สารดับกลิ่นตัวส่วนมากจะผสมน้ำหอมลงไปด้วย ทำให้ไปรบกวนกลิ่นของน้ำหอมราคาแพงที่ใส่อยู่
2. ไม่เปื้อนเสื้อผ้า เพราะไม่มีส่วนผสมของ ครีม และน้ำมัน
3. ปลอดภัยกับร่างกาย กล่าวคือ
- ไม่อุดตันรูขน
- ไม่ซึมเข้าสู่ร่างกายเพราะตัวมันทำให้เกิดประจุลบจึงไม่สามารถที่ผ่านผนังเซลได้
- ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายโอโซน
4. ไม่เสื่อมสภาพ มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมไม่เสื่อมสภาพที่อุณหภูมิห้อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.arsadusit.com/1639 และ สนุก ดอท คอม

14

วันที่ 15 ตุลาคม 2554 เวลา 18.45 น.

สนามแอนฟิลด์

สกอร์ : (1-0) เจอร์ราร์ด น.68 (1-1) ชิชาริโต้ น.81

นักเตะที่ลงสนาม

ลิเวอร์พูล – เรน่า, เคลลี่, คาร์ราเกอร์, สเคอร์เทล, เอ็นริเก้, เค้าท์, ลูคัส(เฮนเดอร์สัน น.57), อดัม, ดาวนิ่ง, เจอร์ราร์ด, ซัวเรส

แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, สมอลลิ่ง, เฟอร์ดินานด์, เอฟร่า, อีแวนส์, โจนส์(ชิชาริโต้ น.76), ยัง(นานี่ น.69), เฟล็ตเชอร์, ปาร์ค(รูนี่ย์ น.69), กิ๊กส์, เวลเบ็ค

เกมแดงเดือดนัดแรกของฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยสถิติ 3 ปีหลังสุดทีมปีศาจแดงต้องพบกับความพ่ายแพ้ที่แอนฟิลด์มาโดยตลอด เกมนี้เคนนี่ ดัลกลิชส่งเจอร์ราร์ดลงสนามเป็นตัวจริงเกมแรกในฤดูกาลนี้ ขณะที่ดร็อปแอนดี้ แคร์โรว์ไว้ข้างสนาม มีหลุยส์ ซัวเรสเป็นหน้าเป้า ส่วนเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันจัดนักเตะแบบแหกโผสุดๆ ส่งแดนนี่ เวลเบ็คลงยืนเป็นหน้าเป้า ดร็อปเวย์น รูนี่ย์กับชิชาริโต้ไว้ข้างสนาม ส่วนแดนกลางน่าจะขยับฟิล โจนส์มาเป็นกองกลางตัวรับ และพักนานี่ไว้เป็นตัวสำรอง

เริ่มเกม ทั้งสองทีมยังบดกันได้สูสี จน น.15 เอฟร่าพาบอลขึ้นมาสุดเส้นหลังก่อนจะเปิดไปเสาสองให้ฟิล โจนส์เติมขึ้นมาโขกเน้นๆ คนเดียวแต่บอลเข้าข้างตาข่ายไปอย่างน่าเสียดาย

น.34 เจ้าบ้านน่าได้ประตูเหมือนกัน ลิเวอร์พูลได้โอกาสสวนหลับเร็ว อดัมยิงไปติดบล็อคอีแวนส์ ซัวเรสเก็บบอลได้ก่อนล็อคหลอกเฟอร์ดินานด์แต่ดันยิงไปติดเซฟของเด เคอา

เกมครึ่งแรกต้องบอกว่าทั้งสองทีมยังไม่มีโอกาสเน้นๆ กันมากนักและรูปเกมโดยรวมยังค่อนข้างสูสี ต้องรอดูการแก้เกมครึ่งหลังของทั้งดัลกลิชและเฟอร์กูสันต่อไป จบครึ่งแรก 0-0

เริ่มครึ่งหลัง ทีมเยือนมีโอกาสลุ้นทันที น.48 แอชลีย์ ยังยิงฟรีคิกจากระยะประมาณ 25 หลา เรน่ายังตะปบไว้ เวลเบ็คตามเข้ามาชาร์จแต่ไม่ทัน เรน่าตามไปตระครุบบอลไว้ได้

น.51 จากลูกเตะมุมของลิเวอร์พูล เค้าท์โหม่งไปโดนอีแวนส์บล็อคไว้ได้ ผู้เล่นลิเวอร์พูลพยายามฟ้องว่าจังหวะนี้เป็นลูกแฮนด์บอลแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร จังหวะต่อมาเวลเบ็คโหม่งเช็ดให้แอชลีย์ ยังยิงบอลเฉี่ยวเสาไกลออกไป

ลิเวอร์พูลขึ้นนำ น.68 เจอร์ราร์ดยิงฟรีคิกจากระยะประมาณ 20 หลา กำแพงทีมปีศาจแดงแตก บอลลอดช่องกำแพงก่อนฮุกเข้าเสาแรกไปชนิดที่เดเคอาได้แต่ยืนดู หงส์นำ 1-0

ทีมเยือนตีเสมอได้สำเร็จ ใน น.81 จากลูกเตะมุมของนานี่ เวลเบ็คโหม่งเช็ดที่เสาแรกให้ชิชาริโต้พุ่งเข้ามาโหม่งหน้าปากประตู บอลพุ่งผ่านมือเรน่าเข้าไป ผีตีเสมอ 1-1

ทีมเยือนตีเสมอได้สำเร็จ ใน น.81 จากลูกเตะมุมของนานี่ เวลเบ็คโหม่งเช็ดที่เสาแรกให้ชิชาริโต้พุ่งเข้ามาโหม่งหน้าปากประตู บอลพุ่งผ่านมือเรน่าเข้าไป ผีตีเสมอ 1-1

น.90 เด เคอายังโชว์เซฟแบบสุดยอด เฮนเดอร์สันยิงแบบลักไก่จากนอกรอบเขตโทษ บอลเกือบพุ่งเสียบหน้าต่างเสาไกลแต่เด เคอายังถอยไปชกออกไปได้ จังหวะต่อมาจากลูกเตะมุมพลพรรคหงส์แดงดาหน้าบุกกันเข้ามาในกรอบเขตโทษผี บอลขลุกขลิกหลายจังหวะก่อนสเคอร์เทลจะวอลเลย์จ่อๆ ข้ามคานไปแบบไม่ได้ลุ้น ช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้ายเฮนเดอร์สันได้โขกเหน่งๆ หน้าปากประตู บอลลอยเฉี่ยวคานออกไปอีก จบเกมเสมอกันไป 1-1 ยูไนเต็ดยังนั่งจ่าฝูงต่อไป


ที่มา http://sport.mthai.com/football-inter/57255.html

15

















ที่มา กระปุก

16
**ถ้าซ้ำก็ขออภัยด้วยจ้า [$2$] **

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  




ที่มา กระปุก

18

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – เชลซี
วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2554 เวลา 22.00น.

สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
สกอร์ : (1-0)สมอลลิ่ง น.8 (2-0) นาีนี่ น.38 (3-0) รูนี่ย์ น.45 (3-1) ตอร์เรส น.46

รายชื่อตัวจริง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – เด เคอา, สมอลลิ่ง(วาเลนเซีย น.62), โจนส์, อีแวนส์, เอฟร่า, นานี่, เฟล็ตเชอร์, แอนเดอร์สัน(คาร์ริค น.62), ยัง, รูนี่ย์, ชิชาริโต้
เชลซี – เช็ค, โบซิงวา, อิวาโนวิช, เทอร์รี่, โคล, รามิเรส, เมเรเลส(มิเคล น.79), แลมพาร์ด(อเนลก้า น.46), สเตอร์ริจ(ลูคาคู น.48), ตอร์เรส, มาต้า

เกมยักษ์ชนยักษ์ระหว่างยูไนเต็ดกับเชลซี เกมนี้ยูไนเต็ดเจ้าบ้านมีทีเด็ดในแนวรุกครบครันทั้งรูนี่ย์ ชิชาริโต้ ยัง นานี่ ส่วนเชลซีมีแลมพาร์ด มาต้า ตอร์เรส เมเรเลส

เริ่มเกม น.3 ทีมเยือนได้โอกาสก่อน เมเรลสสอดทะลุแผงหลังขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดบอลจังหวะเดียวให้แอชลีย์ โคลที่เติมเข้ามาในกรอบเขตโทษล้มตัวยิง บอลพุ่งเรียดทิศทางเสียบเสาสองแต่เด เคอายังล้มตัวใช้ขาเซฟไว้ได้

เชลซีโดนโป้งเดียวหายใน น.8 จากการเปิดฟรีคิกทางกราบซ้ายของแอชลีย์ ยัง บอลโค้งไปเข้าหัวสมอลลิ่งที่หลุดการมาร์คตัวของผู้เล่นเชลซีเข้าไปโขกเหน่งๆ ผ่านมือเช็คเข้าไป ดูจากภาพช้าจังหวะค่อนข้างก้ำกึ่งว่าสมอลลิ่งล้ำหน้าหรือไม่ แต่ผีนำ 1-0

เชลซีได้โอกาสเหน่งๆ น.12 แอนเดอร์สันโดนรามิเรสไล่บอลจากกลางสนาม ก่อนกองกลางชาวบราซิลจะลนจนจ่ายบอลไปเข้าเท้าตอร์เรส ตอร์เรสแตะหลบอีแวนส์เข้าไปยิงเรียดบอลเฉี่ยวเสาออกไป น.14 แลมพาร์ดยิงไกลไปแฉลบกองหลังเจ้าถิ่น บอลเปลี่ยนทางออกข้างเสาไป จังหวะต่อมาจากลูกเตะมุม อิวาโนวิชขึ้นไปโขกเต็มๆ หัว แต่บอลไปเข้ามือเด เคอา

จังหวะนี้เชลซีต้องได้ประตูตีเสมอ น.26 มาต้าจ่ายตัดกองหลังให้ตอร์เรสหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนไหลเข้ากลางให้รามิเรสล้มตัวยิงง่ายๆ โล่งๆ แบบไร้ตัวประดบแต่เด เคอาที่วิ่งกลับมาจากการปิดมุมที่เสาแรก ยังพุ่งไปล้มตัวเซฟไว้ได้ เชลซีพลาดโอกาสตีเสมออย่างเหลือเชื่อ



ยูไนเต็ดจบสกอร์ได้เฉียบขาดจริงๆ น.38 นานี่ขึ้นบอลมาทางริมเส้นกราบขวาก่อนจะลากตัดเข้าในและสับไกยิงจากระยะประมาณ 25 หลาบอลพุ่งเป็นจรวดก่อนเสียบเสาชนิดที่เช็คสุดปัญญาจะเซฟ เจ้าบ้านนำ 2-0

เจ้าบ้านเห็น 3 แต้มอยู่รำไร น.45 ฟิล โจนส์ พาบอลกระชากขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนทำชิ่งกับนานี่ในกรอบเขตโทษ แต่กองหลังเชลซียังช่วยกันขวางไว้ได้ แต่จังหวะสุดท้ายเทอร์รี่ล้มตัวเคลียร์บอลไม่ดี บอลไปโดนตัวนานี่กระดอนกลับมาที่หน้าประตู รูนี่ย์ทื่ยืนโล่งๆ ได้ส้มหล่นแปบอลหนีมือเช็คเข้าไปง่ายๆ ผีถล่ม 3-0 ก่อนจบครึ่งแรกที่สกอร์นี้



เริ่มครึ่งหลังได้ไม่ถึงนาที กองเชียร์เชลซีได้เฮลั่น เมื่ออเนลก้าที่เพิ่งโดนเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่แลมพาร์ดในครึ่งหลังจ่ายทะลุช่องให้ตอร์เรสหลุดเข้าไปชิพบอลผ่านตัวเด เคอาเข้าไปอย่างงดงาม เชลซีตีตื้น 1-3 เกมกลับมาสนุกอีกครั้ง

เจ้าบ้านพลาดได้ประตูที่ 4 แบบเหลือเชื่อ น.55 เชลซีเปิดเกมบุกเพลิน เจ้าบ้านได้สวนกลับ นานี่สปีดพาบอลขึ้นมาจากแถวกลางสนามขณะที่ตัวตัดเกมของทีมเยือนหายหมด ก่อนนานี่จะยิงจากระยะถนัดประมาณ 25 หลา บอลแหวกอากาศแบบสุดแรง เช็คได้แค่ยืนดูเพราะหมดปัญญาเซฟไปแล้วแต่บอลดันไปชนคานเต็มๆ บอลมาตกหน้าปากประตูนานี่ยังไวจะปราดเข้ามาซ้ำ แต่โบซิงวาแหย่ขาสกัดไว้จนนานี่ล้มลง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษ และเป็นรูนี่ย์ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษแต่ดันไปลื่นก่อนจะยิงหนึ่งจังหวะ บอลเลยเหินหลุดออกนอกกรอบไปไกล ผีชวดได้ประตูที่ 4 แบบน่าเขกกะโหลกตัวเอง



ทีมเยือนเชลซีเริ่มเล่นน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ น.72 ตอร์เรสล็อคบอลผ่านอีแวนส์เข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนยิงเต้มข้อด้วยขวา เด เคอายังล้มตัวเซฟไว้ได้ บอลปลิ้นไปเข้าทางตอร์เรสที่ปรี่เข้ามาซ้ำอีกรอบ แต่คราวนี้วอลเลย์จังหวะเดียว บอลข้ามคานออกไปนิดเดียว

ผีพลาดได้ประตูนำห่างอีกแล้ว น.77 แอชลีย์ ยังปาดเข้ามาในกรอบเขตโทษให้รูนี่ย์ตามมาเข้าฮอร์สในกรอบเขตโทษ บอลไหลเอื่อยๆ ไปโดนเสา ชิชาริโต้ตามมาซ้ำอีกที บอลข้ามคานไปไกล

แม่จ้าววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว หาดูอะไรอย่างนี้ไม่มีอีกแล้ว น.84 รามิเรสจ่ายทะลุช่องให้ตอร์เรสหลุดโล่งๆ เข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนแตะหลบเด เคอาให้เสียหลักหนึ่งจังหวะ ก่อนยิงโล่งๆ แบบมีแต่เสากับคานและตาข่ายที่ขวางหน้าอยู่ แต่ตอร์เรสดันยิงออกข้างเสาไปแบบไม่น่าเชื่อ สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เบิร์บาตอฟเอามั่ง น.90+1 รูนี่ย์หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะใจดีจ่ายไปหน้าปากประตูให้เบอร์บาตอฟที่เติมมาเสาสองยิงโล่งๆ แต่ดันยิงเบาไป แอชลีย์ โคลตามมาเซฟจากเส้นไว้ได้ จบเกมผีขนะไป 3-1 นำเป็นจ่าฝูงแต่เพียงผู้เดียว



ขอขอบคุณ http://sport.mthai.com/football-inter/52137.html

19

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2011-12

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

ฟูแล่ม 2 : 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้



สนาม : คราเวน คอทเทจ
ถ่ายทอดสด : 21.00 น. ทรูสปอร์ต 5(105)
ผู้ตัดสิน: มาร์ค สเคนเบิร์ก
ผู้ทำประตู : [1:0]เซอร์คิโอ อเกวโร่ น.17 ม[2:0]เซอร์คิโอ อเกวโร่ น.46 ,[1:2]บ๊อบบี้ ซาโมร่า น.55 ,[2:2]แดนนี่ เมอร์ฟี่ น.74

ครึ่งแรก

     เริ่มเกมเป็น ฟูแล่ม เจ้าบ้านชุดขาวได้เขี่ยบอลก่อน โดยจะบุกจากซ้ายไปขวา
     นาทีที่ 17 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำ 1:0 จากดาบิด ซิลบาจ่ายบอลทะลุเเผงเเนวรับให้กับเซอร์คิโอ อเกวโร่ได้หลุดเข้าไปยิงผ่านมือมาร์ค ชวาร์เซอร์เข้าไป

     นาทีที่ 24 ยังคงเป็นฝั่ง เเมนฯ ซิตี้ที่ได้โอกาสลุ้นทำประตู จากซามีร์ นาสรี่เปิดลูกเตะมุมให้ดาบิด ซิลบาไหลต่ออีกทีให้ กาเอล กลิชี่ที่รออยู่เเถวสองได้เเต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนจะซัดด้วยขวา เเต่มาร์ค ชวาร์เซอร์พุ่งปัดออกไปได้

พักครึ่งแรก

     เริ่มเกมครึ่งหลังมา 10 วินาที เเมนฯ ซิตี้ทำประตูหนีห่างเป็น 2:0 จากเอดิน เซโก้โหม่งชงให้เซอร์คิโอ อเกวโร่ที่เติมเกมขึ้นมา ได้ซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม

     นาทีที่ 55 ฟูเเล่มเจ้าบ้านได้ประตูไล่ตามมาเป็น 1:2 จากมุสซ่า เดมเบเล่จ่ายทะลุช่องเเผงเเนวรับเเมนฯ ซิตี้ เข้ามากลางประตูให้บ๊อบบี้ ซาโมร่าได้กลับตัวยิง เข้าไป

     นาทีที่ 74 ฟูเเล่มเจ้าบ้านได้ประตูไล่ตามตีเสมอเป็น 2:2 จากซาโมล่า ไหลบอลคืนหลังให้แดนนี่ เมอร์ฟี่ได้วิ่งเข้ามาซัดด้วยขวาไปเเฉล่บแว็งซ็องต์ ก็องปานี บอลเปลี่ยนทางเข้า

     ในช่วงเวลาที่เหลือ ยังคงทำอะไรกันไม่ได้จบเกม "เจ้าสัวน้อย"ฟูเเล่มอ เปิดบ้านเสมอกับ"เรือใบสีฟ้า"เเมนเชสเตอร์ ซิตี้ สุดมันส์ 2 : 2

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ฟูแล่ม : ระบบ 4-4-2
ผู้รักษาประตู : มาร์ค ชวาร์เซอร์
กองหลัง : อารอน ฮิวจ์ส,คริส แบร์ด,เบรเด้ ฮังเกแลนด์,ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่
กองกลาง : คลิ้นท์ เดมพ์ซี่ย์,แดนนี่ เมอร์ฟี่,สตีฟ ซิดเวลล์,ดาเมี่ยน ดัฟฟ์
กองหน้า : บ๊อบบี้ ซาโมร่า,มุสซ่า เดมเบเล่

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ระบบ 4-4-2
ผู้รักษาประตู : โจ ฮาร์ท
กองหลัง : ไมกาห์ ริชาร์ดส์,แว็งซ็องต์ ก็องปานี,โจลีออน เลสค็อตต์,กาเอล กลิชี่
กองกลาง : แกเร็ธ แบร์รี่,ยาย่า ตูเร่,ซามีร์ นาสรี่,ดาบิด ซิลบา
กองหน้า : เซอร์คิโอ อเกวโร่,เอดิน เชโก้


ขอขอบคุณ http://www.rakball.net/overview.php?c=3&id=47020

20

ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก
ประจำวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน
สเปอร์ส 4-0 ลิเอวร์พูล
สนาม : ไวท์ฮาร์ท เลน
ผู้ทำประตู : 1-0 โมดริช น.7, 2-0 เดโฟ น.66, 3-0 อเดบายอร์ น.67, 4-0 อเดบายอร์ น.90+3



เริ่มเกม ผ่านไป 5 นาทีแรกเป็นทางฝ่ายเจ้าบ้านสเปอร์สที่เดินเกมบุกใส่กดดัน และก็เกือบได้ประตูขึ้นนำจาก อเดบายอร์วิ่งเข้ามายิงตามน้ำแต่บอลหลุดออกเสาสองไปนิดเดียว แต่สองนาทีต่อมา สเปอร์ก็มาได้ประตูขึ้นไปก่อนจกาจังหวะการยิงสุดงามของ โมดริช เสียบเสาสอง สเปอร์ส 1 ลิเวอร์พูล 0

15 นาทีผ่าน สเปอร์สยังเดินหน้าบุกใส่ลิเวอร์พูลแบบไม่ยั้งแต่จังหวะสุดท้าย เรน่าก็ยังช่วยไว้ได้ เรียกได้ว่าตอนนี้ลิเวอร์พูล ยังไม่สามารถตั้งเกมของตัวเองได้เลย โดยเฉพาะ สเคอร์เทล ที่เล่นเป็นบ่อน้ำมันในแนวรับจริงๆ



25 นาทีผ่าน ลิเวอร์พูลเริ่มมีโอกาสได้เดินเกมบุกแต่ในจังหวะสุดท้าย ก็ยังไม่หลอกหลายถูกกองหลังของสเปอร์สดักทางไว้ได้หมด และในนาที 27 ลิเวอร์พูลก็ต้องมาเสียเซนเตอร์ฮาฟอย่างแอ็กเกอร์ และลิเวอร์พูลก็ส่งเอาเซนเตอร์ฮาฟตัวใหม่อย่าง โคอาเตซ ลงมาแทน

และในจังหวะต่อมา อดัม ก็ไปเข้าบอลแบบน่าเกียจใส่ปาร์เกอร์ ที่หน้ากรอบเขตโทษเป็นใบเหลืองที่สองโดนไล่ออกไป ตอนนี้สถานะการณ์ของลิเวอร์พูลเป็นรองสุดๆ ตามหลังทั้งประตูและตัวผู้เล่น



เข้าสู้ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูลก็ยังไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือจากการตั้งรับ เพราะทางด้านเจ้าบ้าน เล่นกันได้ดีเหลือเกิน เปอร์เซนการครองบอล ก็อยู่ที่ 72% กับ 28% ตอนนี้แฟนๆ ลิเวอร์พูลก้ได้แต่ภาวนาว่าให้จบครึ่งแรก เพียง 1 ต่อ 0 เท่านั้น และในช่วงทดเจ็บครึ่งแรกก็ทำอะไรไม่ได้จบครึ่ง สเปอร์ส 1 ลิเวอร์พูล 0

เริ่มครึ่งหลังเป็นทางด้านเจ้าบ้านที่เริ่มเปิดเกมบุกมาเพียงไม่กี่วินาที ก็เกือบได้ประตูหนีห่าง จากการทำเกมขึ้นทางฝั่งขวา ก่อนทำชิ่งกันอย่างสวยงาม แต่จังหวะสุดท้าย เป็นเดโฟ ที่ยิ่งไม่ตรงกรอบบอลหลุดออกไปแบบเหลือเชื่อ

60 นาทีผ่านลิเวอร์พูลเริ่มตั้งเกมและต่อเกม ได้เป็นรูปเป็นร่างแล้วแต่แนวรับของสเปอร์ก็ยังเหนียวแน่น สกัดบอลกันยังไม่พลาดแต่อย่างใด และในจังหวะต่อมาสถานะการณ์ของลิเวอร์พูลก็แย่เข้าไปอีกเมื่อ สเคอร์เทล ไปเข้าบอลหนักจากทางด้านหลังใส่ เบล กรรมการชูใบเหลืองใบที่สองไล่ สเคอร์เทล ออกจากสนาม



และมาถึงในนาทีที่ 66 สเปอร์สก็มาหนีลิเวอร์พูลเป็น 2 ต่อ 0 จากจังหวะสวนกลับ และเป็นเดโฟ ที่อาศัยความเฉียบคมพลิกหลับตัวยิงด้วยขวาเสียบโค่นเสา เรน่า หมดสิทธิ์รับ

อีกหนึ่งนาทีถัดมาสเปอร์ส ก็ยังไม่ผ่อนเกมบุก ตอ่บอลกันจกาแดนกลางก่อนทำชิ่งหนึ่งสอง และเป็น เดโฟ ได้จังหวะสับไก ก่อนที่ เรน่าจะรับพลาด และเป็น อเดบายอร์ วิ่งไปตามซ้ำดาบสองอย่างเหนือชั้น สเปอร์ส 3 ลิเวอร์พูล 0

เข้าสู่ช่วงท้ายเกมสเปอร์ก็ยังไม่ลดเกมบุกลงเลย ครองบอลไว้ได้หมดแล้ว ส่วนลิเวอร์พูลก็ตั้งโซนรับอย่างเดียว  มาถึงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแฟนบอลลิเวอร์พูลรอเพียงเสียงเป่านกหวีดเท่านั้นและก็มาโดนอีกจนได้ในช่วงทดบาดเจ็บ อเดบายอร์ยิงอีกเม็ด จบเกม สเปอร์สเปิดบ้านถล่มลิเวอร์พูลเละเทะ 4 ต่อ 0



รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

สเปอร์ส : ฟรีเดล, วอลเกอร์, กาบูล, คิง(บาสซง น.88), เอก็อกโต้, ครานชาร์(ฟาน เดอร์ฟาท น.45), ปาร์เกอร์, โมดริช, เบล, อเดบายอร์, เดโฟ
ลิเวอร์พูล :  เรน่า, สเคอร์เทล(โดนไล่ออกจากสนาม น.62), คาร์ราเกอร์, แอ็กเกอร์(โคอาเตซ น.25), เอ็นริเก้, เฮนเดอร์สัน, ลูคัส, อดัม(โดนไล่ออก น.27), ดาวนิ่ง(สเปียริง น.68), ซัวเรซ(เบลามี่ น.68), คาร์โรลล์



ขอขอบคุณ http://sport.mthai.com/football-inter/52062.html

หน้า: [1] 2 3 ... 22