ยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือน กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
 
Please Login!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - _-AbhisiT-_

หน้า: [1]
1
       พีเอชพีวินด์ เป็นเว็บบอร์ดที่มีถิ่นกำเนิดมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อนานมาแล้ว และตอนนี้ก็ได้เดินทางมาถึงเวอร์ชั่น 9.0 แล้ว
        เวอร์ชั่นนี้ มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดนับตั้งแต่มีเว็บบอร์ดที่เรียกว่า PHPWind เลยทีเดียว เพราะโค้ดภายในนั้นเขียนขึ้นมาใหม่หมด จนไม่เหลือคราบเดิมเลย ทำให้การแปลนั้น ต้องแปลใหม่หมดทุกไฟล์ นับว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของผู้แปลเลยครับ
       แต่.. ขึ้นชื่อว่า PHPWind แล้ว แม้โค้ดภายในจะเปลี่ยนไปขนาดใหน ก็ยังใช้ทรัพยากรณ์เครื่องเซิร์ฟเวอร์อย่างเต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมแน่นอน เพราะทางทีมงาน PHPWind จากจีน ได้พัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ ที่ใช้ชื่อว่า WindFramework ที่ใช้ในการจัดการระบบของตัว PHPWind เอง และถ้าดูจากชื่อแล้ว Wind แปลว่าลม PHP คือ ภาษา PHP นั่นเอง รวมก็แล้วก็จะได้ประมาณว่า ภาษา PHP ที่เบาเหมือนลม

เอาล่ะโม้มามากเกินไปแล้ว เรามาดูกันว่า มีอะไรบ้างที่ถูกเพิ่มเข้ามา และมีอะไรบ้างที่ถูกตัดออกไป

- ระบบค้นหาใหม่ ซึ่งระบบค้นหานั้นจะใช้ของ http://s.phpwind.com เลย ทำให้การค้นหาแม่นยำมากขึ้น แต่มีข้อเสียคือ เป็นภาษาจีนซะงั้น
- เพิ่มระบบถูกใจในโพสต์เข้ามา และสามารถดูได้ว่าคนส่วนมาเค้าถูกใจอะไรมากที่สุด ผ่านหน้า http://www.โดเมนคุณ.net/like-like-run
- ระบบแท็กในกระทู้ รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ แต่จำกัดแค่ 5 คำเหมือนเดิม และสามารถดูได้ว่าแท็กอะไรที่มีคนแท็กมากที่สุดผ่านหน้า http://www.โดเมนคุณ.net/tag-index-run ความสามารถอีกอย่างของระบบนี้ก็คือ สามารถ ติดตามแท็กได้ด้วย
- ระบบติดตามฟอรั่มโดยการเพิ่มเข้าในฟอรั่มของฉัน จึงไม่พลาดความเคลื่อนไหวในฟอรั่มนั้นๆ
- ระบบ DIY สามารถแก้ไขหน้าเว็บเพจผ่านหน้าเว็บได้เลย (ใครเคยใช้ดิสคัสเอ็กคงรู้ดี อิอิ)
- ระบบข้อความที่สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น
- ระบบธีมเว็บไซต์ที่ออกแบบใหม่ สามารถเลือกได้ว่าฟอรั่มไหนจะใช้ธีมไหน อย่างเช่น PHPWindthai.net ลองกดเข้าไปในฟอรั่ม ห้องประชาสัมพันธ์ จะเป็นธีมที่เปลี่ยนเว็บเป็น CMS ได้อย่างเนียนๆ เลย และในฟอรั่ม ถาม-ตอบปัญหา phpwind ก็จะเป็นกระดานสนทนาปกติ
- เปลี่ยนแปลง Interface ในส่วนหน้า Admin CP ใหม่ทั้งหมด
- เปลี่ยนแปลง Interface ในส่วนหน้า User
- CSS3 HTML5 ซะส่วนใหญ่ ต้องทันยุคทันสมัยกันแล้ว
- ฟังก์ชันยืนยันการลงทะเบียนทางอีเมล ถูกแก้ไขบัคแล้ว
- ระบบเหรียญใหม่
- สามารถตอบกลับและอ้างอิงชื่อในกระทู้ได้เลย
- ปลักอินและธีม สามารถติดตั้งจากระบบ เมฆ ได้เลย (บางธีมมีภาษาจีนปนอยู่ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาแก้ไขได้ในภายหลัง)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.phpwindthai.net/update/read/5277

2
Content Management System (CMS) / PHPWind 8.7 Thai (20120419) ดาวน์โหลด
« เมื่อ: 13 ตุลาคม 2012, 01:25:21 »

อะไรบ้างมาใหม่ใน 8.7
- ความเร็วและเสถียรที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- จัดการกระทู้ที่หน้าฟอรั่มด้วย ajax
- ระบบแนะนำผู้ใช้ใหม่
- ระบบแกลอรี่ใหม่ ช่วยจัดการไฟล์รูปภาพได้ง่ายขึ้น
- ระบบ @ เพื่อนเข้ามาในกระทู้ (เหมือนใน Facebook)
- ระบบค้นหาออกแบบใหม่ ค้นหาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถตั้งค่าได้ด้วย
- หน้าแรก ระบบท๊อปลิสทำใหม่หมด มาในรูปแบบพอร์ทัลโฮม
- เปลี่ยนแปลง Interface ในส่วนหน้า User
- เปลี่ยนแปลง Interface ในส่วนหน้า Admin CP และอื่นๆ
- ส่วนแทรกรูปภาพในตอนตั้งกระทู้ใหม่ แก้ไขใหม่
- มีปลั๊กอิน CMS มาด้วย 1 ตัว เหมือนกับโมดูลพอร์ทัลโฮม
- โมดูล "กลุ่ม" ตัวใหม่ซึ่งทีมงานเราไม่ค่อยสนใจ
- ระบบข้อความที่สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น
- ระบบเหรียญใหม่หมดจด!!
- การติดโค้ดสถิติ ก็ติดได้ง่ายขึ้น สามารถติดได้ที่ admin cp เลย ไม่ต้องแก้ไฟล์
- css3 ซะส่วนใหญ่ ต้องทันสมัย
- และอีกมากมายที่ยังคิดไม่ออกในตอนนี้

PHPWind Code ©2003-2010 PHPWind.com Corporation
http://www.phpwind.com/

สำหรับเวอร์ชันไทย
แจกฟรี 100% ภายใต้ลิขสิทธิ์ทั้งหมดของ PHPWind.com ไม่มีขายในไทยไม่อนุญาตให้นำไปขาย

ทำอย่างไรฉันจึงจะสามารถที่จะลบเครดิตของ phpwind.com ออกได้
ตามข้อตกลงทาง phpwind.com หรือผู้พัฒนาเจ้าของลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์นี้ ไม่อนุญาตให้ลบเครดิตออก จะสามารถลบออกได้
ก็ต่อเมื่อเว็บไซต์นั้นได้มีการซื้อลิขสิทธิ์จากทางผู้พัฒนาเท่านั้น

ไม่อนุญาตให้ลบเครดิตด้านล่างส่วน Footer และ Header ออก
ทางผู้พัฒนาแจกให้ใช้ฟรี แต่ไม่อนุญาตให้ลบเครดิตออก (กรณีที่ยังไม่ซื้อลิขสิทธิ์) ไม่ว่าจะเป็นส่วน Footer และ Header ของเว็บและอื่นๆ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ PHPWind.com
จัดการทรัพยากร Server อย่างเหมาะสมลดภาระการทำงานของ Server ด้วยระบบแคช ไม่สิ้นเปลือง B/W ฟรี CMS เว็บบอร์ดประสิทธิ์ภาพสูง ท้าพิสูตรด้านความเร็วและเสถียรแล้ววันนี้

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ที่ http://www.phpwindthai.net/read-htm-tid-4891.html

3
 PHPWind พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2002 พร้อมๆ กับ Discuz มั้ง พัฒนาโดยคนจีนครับ มันไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยบ้างเราแน่นอน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะตัวนี้ผมแปลเป็นไทยเรียบร้อย คนเพียงแค่ติดตั้งตัวบอร์ดจากนั้นแค่เอาไฟล์ภาษาไทยที่เขาแปลเสร็จไปวางทับ เท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว (ภาษาไทยแปลเฉพาะส่วนที่ใช้งานจริงๆ เท่านั้น)

มันก็เป็นเหมือนๆ เว็บบอร์ดทั่วๆ ไป แต่คุณสมบัติที่มันต่างออกไปก็จะมี
- มันมีระบบอินไวน์ ด้วยนะ
- ระบบคำค้น (ไม่ใช่ค้นหานะ ค้นหามันมีอยู่แล้ว)
- ระบบจัดการโฆษณา คุณไม่จำเป็นต้องไปแทรกโค้ดที่ html โดยตรง แต่เข้าไปวางโค้ดที่ admin cp เรียบร้อย
- ธนาคาร ก็มี
- ค้าขายก็มี
- Passport
- เว็บบล็อก
- Medal Center เหรียญกล้าหาญ
- พอลทัล
- สเปช
- จัดการสมาชิกง่ายนิดเดียว
- ฯลฯ

และอีกเยอะแยะครับ ใครไม่เชื่อต้องลองเอง สกินมันก็เยอะ และติดตั้งง่ายด้วยนะ

วิธีติดตั้ง : http://www.phpwindthai.net/read-htm-tid-4921.html

จำลองการติดตั้งจากของจริง : http://www.phpwindthai.net/

สอบถามปัญหาการใช้งาน และภาษาไทย : http://www.phpwindthai.net/

4
www.i7zone.com/forum --> รับสมัครผู้ดูแลเว็บครับ



มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเราสิครับ ไอเซเว่นโซนดอทคอม

5


ZaBeLy.COM เปิดรับสมัคร Mod ผู้ดูแลเว็บ และ สมาชิกใหม่ ท่านใดสนใจ ก็เชิญแวะเยี่ยมชม
หรือแนะนำติชมได้เลยครับ

โดย.. ZaBeLy.COM




6
โซนเพื่อนบ้าน / ไอ๗โซน ชุมชนของคนไอที
« เมื่อ: 18 กรกฎาคม 2010, 11:54:11 »
เว็บแจกโปรแกรม เกมส์ เพลง เป็นแหล่งชุมชนของคนทุกเพศทุกวัยคับ

อยากให้ทุกท่านเข้าไปชมคับ

http://www.waizon.net

7
Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ถือเป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่นับวันเริ่มมีผู้ให้ความสนใจมากขึ้นทุกวัน เพราะสามารถที่จะสรรค์สร้างพลังเสียงออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกวันนี้การผลิต Sound Card ซาวนด์การ์ด ออกมาให้เราได้ใช้นั้น ล้วนแต่เป็น Sound Card ที่มี คุณภาพที่ดีทั้งสิ้น แต่ก็มีความแตกต่างทางด้านใช้งานพอสมควร ดังนั้นในการเลือกซื้อ ซาวนด์การ์ด นั้น ควรจะต้องดูที่ความต้องการของคุณเป็นหลักครับ
   
   

ถ้ามองย้อนหลังไปในอดีต ท่านคงจะทราบถึงการพัฒนาการของ Sound Card ซึ่งเมื่อก่อนในการผลิต Sound Card (ซาวนด์ การ์ด) ออกมาใช้งาน ซาวนด์การ์ด จะมีการผลิตที่ใช้กับสล็อตแบบ ISA ถ้าดูโดยรวมแล้วในการส่งข้อมูลของการ์ดแบบนี้มีการส่งข้อมูลค่อนข้างช้า และขนาดของการ์ดยังมีขนาดที่ใหญ่มาก ซึ่งออกจะใหญ่เทอะทะด้วยซ้ำไป อีกทั้งยังเป็น Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ที่ดึงความสามารถของคอมพิวเตอร์ของท่าน ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านมีการทำงานที่ช้าลง รวมทั้งเสียงที่ได้จากการ์ดแบบนี้ยังมีคุณภาพของเสียงต่ำมากๆ เมื่อเทียบกับ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผู้คิดค้นการ์ดแบบ ISA นี้
คงผลิตมาเพื่อใช้กับการใช้ร่วมกับคาราโอเกะ หรือการฟังเพลงเล็กๆน้อย แต่ก็นับเป็น Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ที่ได้รับความนิยมมากในขณะนั้น
               
แต่มาถึงในปัจจุบัน เครื่องมือ เทคโนโลยีต่างๆ ต่างก็มีการพัฒนาขึ้นมาก รวมไปถึง ซาวนด์การ์ด ที่คนรู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนารูปลักษณ์ของเจ้า Sound Card นั้นออกมาในลักษณะของการ์ดแบบ PCI ถ้าดูเรื่องขนาดแล้วมีขนาดที่เล็กกว่าการ์ดแบบ ISA มาก อีกทั้งในการส่งข้อมูลยังมีความเร็วที่สูงกว่าด้วย ดึงทรัพยากรภายในเครื่องน้อยลง อีกทั้งยังมีคุณภาพเสียงที่โดดเด่น มีการการกระจายของเสียงที่ดี ซึ่งมีหลายๆอย่างที่ดีกว่าการ์ดแบบ ISA มาก จึงทำให้ในการผลิตการ์ดแบบ ISA นี้ล้มเลิกลง เหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ทำให้การ์ดแบบนี้หยุดการผลิตลง เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้ที่ทำการผลิตออกมา และตัดสล็อตแบบ ISA นี้ทิ้งไปโดยสิ้นเชิง และมีการเพิ่มสล็อตแบบ PCI ขึ้นมาแทน ซึ่งไม่ว่าเป็นอุปกรณ์อย่างเช่น Card Lan , โมเด็มแบบ Internal หรือแม้กระทั่งการ์ดอื่นๆ ก็มีการผลิตขึ้นมาให้สนับสนุนการใช้งานร่วมกับสล็อตแบบ PCI ทั้งนั้น จึงทำให้การ์ดแบบ ISA นั้นได้หายไปจากคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

นอกจากจะมีผลิต Sound Card แบบ PCI ออกมาใช้งานอย่างกว้างขวางในปัจจุบันแล้ว ซึ่งท่านคงจะเป็นหนึ่งในนั้นที่ใช้ ซาวนด์การ์ด แบบ PCI นี้ แต่ก็มีอีกจำพวกหนึ่งที่ไม่ใช้ Sound Card แบบ PCI เนื่องจากยังมีราคาที่สูงอยู่ ซึ่งคนพวกนี้จะหันไปใช้ซาวนด์แบบ Onboard แทน โดยซาวนด์แบบนี้ไม่ใช่เป็นซาวนด์แบบการ์ดที่เราเห็นกัน แต่เป็นเพียงชิปตัวหนึ่งซึ่งอยู่บนเมนบอร์ดของเราที่ทำหน้าที่สร้างเสียงออก มา แต่คุณภาพยังไม่สูงมากเท่ากับ ซาวนด์การ์ด แบบ PCI ชิปซาวนด์แบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินในกระเป๋าไม่มากนัก สามารถที่จะใช้เพื่อเล่นเกม ดูหนัง เล็กๆน้อยๆได้ดีเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่มีเงินในกระปุกเหลือใช้มาก การที่ซื้อ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) แบบ PCI มาใช้งาน ถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่านจะได้สัมผัสพลังเสียงที่สุดยอดของ ซาวนด์การ์ด (Sound Card) แบบนี้ ซึ่งเป็นเสียงที่ทุกคนอยากรับฟังแน่นอนครับ

เรามาดูการพัฒนาการของ Sound Card แบบ PCI กันบ้าง การผลิตและพัฒนาของ ซาวนด์การ์ด แบบ นี้ จากแต่ก่อนได้มีการผลิตที่สามารถรองรับการทำงานได้ถึง 2 แชนแนล โดยในขณะนั้นถือว่าเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมาก สามารถที่จะสร้างเสียงออกมาได้อย่างไพเราะ สามารถที่จะใช้ร่วมกับลำโพงจำนวน 2 ตัวได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่าง Sound Card Creative SB Vibra 128 ที่โด่งดังมากเมื่อก่อน ซึ่งมีราคาอยู่ประมาณ 1,000 บาท ถือว่ายังเป็นราคาที่แพงอยู่ในขณะนั้น จากนั้นมาก็ได้มีการพัฒนาประสิทธิการใช้ของ ซาวนด์การ์ด ขึ้นเรื่อยๆ จาก Sound Card ที่เป็นแบบ 2.1 แชนแนล พัฒนาเป็น ซาวนด์การ์ด ที่สนับสนุนการทำงานแบบ 4.1 แชนแนล, 5.1 แชนแนล และแบบ 6.1 แชนแนล โดยได้พัฒนาควบคู่กับการพัฒนาของลำโพงแบบต่างๆ ที่สนับสนุนการใช้งานร่วมกับ Sound Card นี้

จนมาถึงวันที่ทุกคนรอคอย ล่าสุดก็ได้มีการผลิต ซาวนด์การ์ด แบบ 7.1 แชนแนลออกมา ถือว่าเป็นสุดยอด Sound Card อยู่ในขณะนี้ นับว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สร้างความฮือฮามากที่สุดในขณะนี้ก็ได้ โดยเฉพาะบุคคลที่ชอบเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ หรือแม้กระทั่งนักดนตรีต่างๆ ต่างก็คงรอคอย ซาวนด์การ์ด แบบนี้อยู่เหมือนกัน ซึ่งสามารถให้เสียงที่สมบูรณ์แบบมากกว่าแบบต่างๆที่ได้กล่าวมา

ชนิดของ Sound Card (ซาวนด์การ์ด)
ถ้าเราจะแบ่งชนิดของ Sound Card (ซาวนด์ การ์ด) นั้น เราสามารถที่จะแบ่ง Sound Card ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ โดยนับจากอดีตจนถึงปัจจุบันได้ดังต่อไปนี้

1. Sound Card (ซาวนด์การ์ด) แบบ ISA
Sound Card (ซาวนด์การ์ด) แบบนี้เป็น ซาวนด์ การ์ด ที่ผลิตออกมานานแล้ว โดย ซาวนด์การ์ด แบบนี้จะใช้ร่วมกับเมนบอร์ดรุ่นเก่าที่มีสล็อต ISA นี้ติดมาด้วย ถ้ามองกันในเรื่องของระบบเสียงแล้ว ยังไม่สามารถให้เสียงที่มีคุณภาพออกมาได้ แต่ก็ถือว่าเป็น Sound Card ที่โดดเด่นมากใน สมัยนั้น แต่ในปัจจุบัน Sound Card แบบนี้ไม่มีให้เห็นกันแล้ว
ตัวอย่าง Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ที่เป็นแบบ ISA

2. Sound Card (ซาวนด์การ์ด) แบบ PCI
โดย ซาวนด์การ์ด แบบนี้ถือว่าเป็น Sound Card ที่มีให้เห็นกันมากทั่วไปตามตลาดไอทีในบ้านเรา ซึ่งไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็คงจะเห็น ซาวนด์การ์ด แบบนี้วางขายอยู่อย่างมากมาย อีกทั้งยังสามารถสังเคราะห์เสียงออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้ Sound Card แบบนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งก็มีให้เลือกใช้ตามอัธยาศัย ทั้งที่ราคาถูกจนเหลือเชื่อและที่ราคาแพงมากๆ จนทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนความคิดมาใช้ ซาวนด์การ์ด แบบ ธรรมดาแทน
   

3. Sound Card (ซาวนด์การ์ด) แบบ External
จริงๆ แล้วเขาแบ่ง Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ออกได้เป็น 2 ประเภท แต่ที่จัด Sound Card แบบ External ออกเป็นประเภทที่ 3 ก็เพราะว่าซาวนด์แบบนี้เริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้นแล้ว อีกทั้งยังมีการติดตั้งที่แตกต่างจาก ซาวนด์การ์ด (Sound Card) ที่บอกมาข้างต้นด้วย โดยสามารถที่จะติดตั้งโดยผ่านทางพอร์ต USB ทำให้ในการใช้งานนั้นสามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น
   

พอร์ตต่างๆ ที่มักพบบน Sound Card (ซาวนด์การ์ด)

                 1. ช่องต่อกับลำโพง ซึ่งมาพร้อมกับส่วนขยายสัญญาณ ( Amplified Speakers )
                 2. ช่อง Line-In ซึ่งเป็นช่องรับสัญญาณเข้าที่เป็นแอนะล็อก ซึ่งอาจจะเป็นช่องรับสัญญาณข้อมูลเสียงจากไมโครโฟน เครื่องเล่นซีดีหรือเครื่องเล่นเทป ฯลฯ
                 3. ช่อง Line-Out ซึ่งเป็นช่องที่ส่งสัญญาณแอนะล็อกออกไปยังอุปกรณ์ต่อเชื่อมต่างๆ
                 4. ช่องต่อ Digital-In ซึ่งตามปกติพอร์ตนี้ จะติดตอยู่กับตัวการ์ดเลย ซึ่งช่องสัญญาณดังกล่าวจะใช้รับสัญญาณดิจิตอล ที่เห็นส่วนมากคือจะใช้ต่อเข้ากับเครื่อง CD-ROM ของเครื่องคอมพิวเตอร์
                 5. ช่องต่อ Digital-Out ช่องนี้จะใช้สำหรับส่งสัญญาณดิจิตอลออกไปสู่อุปกรณ์หรือสื่อบันทึกข้อมูลแบบ ต่างๆ
                 6. ช่องต่อ HeadPhone หรือช่องต่อหูฟัง

จำนวนของพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ที่ได้บอกมาข้างต้นนี้ จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) นั้นๆ ยิ่ง Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ที่มีการทำงานในแบบหลายแชนแนล ไม่ว่าจะเป็นแบบ 4.1, 5.1, 6.1 หรือ 7.1 แชนแนล ถ้าพอร์ตที่ได้บอกมานี้มีมากเท่าไร ก็จะทำให้ในการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ สามารถทำได้หลากหลายมากขึ้นเท่านั้น และยิ่ง Sound Card (ซาวนด์การ์ด) รุ่นใหม่ๆ ที่เราเห็นนั้น ได้ผลิตพอร์ตเชื่อมต่อที่แปลกใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ เช่น พอร์ต Optical In, พอร์ต Optical Out, พอร์ต MIDI (In-Out) ทำให้ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) นั้นๆ มีความสามารถที่มากยิ่งขึ้น
   

ตัวอย่างพอร์ตคอน เน็กเตอร์ต่างๆ ของ Sound Card (ซาวนด์การ์ด)

เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆในเลือกซื้อ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) สักตัวไว้ใช้งานกัน
                 มาถึงตรงนี้ คงทำให้ท่านคงจะรู้จักกับ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ในแบบต่างๆ กันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ ในการที่ท่านจะหา Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ดีดีสักตัวไว้ใช้งานคงไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว ขั้นแรกท่านควรรู้ก่อนว่าท่านจะนำ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) นี้ไปใช้งานเกี่ยวกับประเภทใด เพื่อที่จะได้ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ที่เหมาะสมกับการใช้งานของท่าน เนื่องจาก Sound Card ก็เหมือนกับอุปกรณ์อื่น ซึ่งมีหลายรุ่น หลายความสามารถ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า และความต้องการที่หลากหลายกันออกไป หากท่านต้องการ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) เพื่อนำไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการฟังเพลง เล่นเกมเล็กๆน้อยๆ เราคงไม่ต้องการ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ที่มีศักยภาพในการสร้างเสียงแบบ 3 มิติที่ให้เสียงที่กระหึ่มและมีความสมจริงเท่าไหร่นัก Sound Card (ซาวนด์การ์ด) แบบหลายๆ แชนแนลที่มีระบบสามมิติในแบบต่างๆ ก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้กับงานแบบนี้ แต่ถ้าต้องการเสียงที่มีความสมจริงมากขึ้น สามารถสร้างเสียงที่มีมิติ มีความไพเราะและความหนักแน่นจากเสียงที่ได้จาก Sound Card (ซาวนด์การ์ด) Sound Card (ซาวนด์การ์ด) แบบหลายแชนแนล จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เหมาะสำหรับบบรรดาคอเกมและคอเพลงทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งนักดนตรีทั้งหลายที่หวังจะใช้ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) นี้ในการอัดเพลงต่างๆ เพื่อให้เสียงที่ได้ดังมีคุณภาพ
                 งบประมาณเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการที่จะซื้อ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ไว้ใช้งานกัน การลงทุนเพื่อแลกมาด้วยระบบเสียงที่มีคุณภาพระดับ High End คงจะต้องแลกกับงบประมาณที่สูงมาก บางทีอาจซื้อเครื่องใหม่ได้เลย หากคุณไม่ใช่คอเกมหรือคอเพลงขนานแท้หรือมีเงินเหลือใช้เยอะๆ แล้วคงไม่ต้องลงทุนถึงขนาดนี้ก็ได้
วิธีหา Sound Card (ซาวนด์การ์ด) มาใช้งานนั้น เมื่อท่านไปเดินตามตลาดไอทีต่างๆท่านคงจะพบว่าราคาของ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) นั้นมีความแตกต่างกันมาก มีทั้งที่มีราคาไม่แพงมากไปจนถึงที่มีราคาแพงเป็นหมื่นก็มี แล้วท่านจะรู้ได้ไงว่า Sound Card (ซาวนด์การ์ด) อันไหนเหมาะสมกับท่านมากที่สุด ทางที่ดีท่านควรจะทดสอบด้วยการฟังจากหูตัวเองเป็นดีที่สุด เนื่องจากแต่ละคนก็จะมีการฟังและความชอบที่แตกต่างกัน ควรให้ทางร้านทำงานทดสอบเสียงให้ฟังเสียก่อน เพราะบางครั้ง Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ที่มีราคาแพง เสียงที่ออกมาอาจไม่ถูกใจเราก็ได้ ซึ่งบางร้านอาจไม่ทดลองให้ฟังก็ได้ก็ได้ ดังนั้นจึงควรต้องสอบถามจากคนรู้จักหรือจากคนอื่น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการเลือกซื้อต่อไปครับ

บทสรุป
                  จากที่ได้ทราบรายละเอียดและความสามารถของ Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ไปแล้ว คงทำให้ท่านทราบว่า Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ในแต่ละแบบนั้นมีความสามารถที่แตกต่างกันอย่างไร อีกทั้งยังสามารถสรรค์สร้างพลังเสียงที่มีความแตกต่างกันด้วย สำหรับท่านที่กำลังหา Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ดีดีสักตัวไว้ใช้งานแล้วหละก็ เมื่อท่านศึกษารายละเอียดต่างๆที่ได้บอกมาข้างต้นแล้ว คงทำให้ท่านสามารถที่จะตัดสินใจเลือกซื้อเลือกหา Sound Card (ซาวนด์การ์ด) ที่เหมาะกับความต้องการของท่านได้อย่างไม่ยากเลยครับ...

8
คือจะทำเว็บเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวอ่ะคับ อยากจะถามเพื่อนๆ ว่าควรจะใช้ cms ตัวไหนเหมาะสมที่สุดคับ  :c8:

9
สมัยผมทำเพลงยุคแรก ๆ ก็เคยพบปัญหาเรื่อง ทำเพลงออกมาแล้วเสียงไม่ดัง ทำยังไงก็ไม่ดัง

ทั้ง ๆ ที่ปรับเสียงแต่ละชิ้นเพราะดีแล้ว แต่พอเปิดรวมกัน มันกลับผสมกันเละเทะอีรุงตุงนัง


ผมทำอะไรผิดไป ?

 

ปัญหานี้มันเกิดมาจากความไม่รู้ของเรานี่แหละครับ

การทำเพลงนั้น หลาย ๆ คนที่หัดใหม่ พยายามจะปรับเสียงให้ถูกใจตัวเองมากที่สุด บ้างก็พยายามเลียนแบบโทนเพลงตามเพลงที่เราชื่นชอบ แต่ผลรวมออกมาปรากฎข้อสงสัยว่าทำไมเพลงทั่วไปเขาเสียงดัง แต่ของเรามันตุ่ย ๆ ฟังแล้วขัดหูสุด ๆ

คำตอบคือการปรับย่านเสียงของเครื่องดนตรี

จริง ๆ เรื่องนี้ใคร ๆ ก็รู้ครับ ถ้าคิดจะทำเพลงแล้ว การปรับเสียง ก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องศึกษา แต่มันต้องปรับแบบไหนอย่างไร คือสิ่งที่เราต้องหามันให้พบล่ะครับ

ผมเองก็ศึกษามันมานานแต่ก็ยังทำได้ไม่สมบูรณแบบ เพราะติดปัญหาด้านฮาร์ดแวร์หลาย ๆ อย่าง ที่ราคาสูงมาก การแก้ปัญหาด้วยซอฟท์แวร์นั้นเป็นไปได้ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์สำคัญ ๆ อย่างลำโพงอยู่ดี

ผมใช้ลำโพงสี่ชุดเพื่อฝึกการปรับย่านเสียง แต่นั่นก็ยังไม่พอ เพราะจริง ๆ แล้ว มันต้องมีมากกว่านั้น

ยังไงเรื่องลำโพง ผมจะยกไว้ท้ายสุดนะครับ มาดูแนวคิดเรื่องการปรับย่านเสียงกันก่อน

 

แนวทางการปรับย่านเสียงนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ "หู" ของเรา และ ประสบการณ์การใช้ปลั๊กอินช่วยเหลือ

เวลาเราฟังเพลงทั่วไป ลองฟังให้ดี ๆ นะครับ ไอ้สิ่งที่เราชอบนั้น

บางทีเสียงที่เราได้ยิน มันก็ไม่ใช่อย่างที่คิดเสมอไป

ตัวอย่าง เพลงร็อก

ถ้าเราฟังเผิน ๆ เสียงกีตาร์ช่างดุดัน มีน้ำหนักเบสออกมาด้วย

เสียงเบส ก็หนักแน่น ตุ้ม ๆ ๆ

เสียงกลอง กระเดื่องช่างตึ้บ ๆ กระแทกอก

เอาเข้าจริง ๆ เราอาจโดนหลอกตอนเพลงขึ้นอินโทรก็ได้ครับ

แนวทางการปรับเสียงนั้น เราอาจต้องนำแต่ละแทร็กแบบ WAV ด้าน ๆ ไม่มีเอ็ฟเฟ็กช่วย มาทำการปรับเสียงทีละชิ้นทีละแทร็คกันให้ถูกต้องและย่านเสียงต้องไม่ตีกันเอง

เสียงกีตาร์ที่ฟังหนักแน่น มันอาจแน่นแค่ช่วงอินโทรของเพลงก็ได้นะครับ

เสียงเบสตุ้ม ๆ บางทีย่านเบสมันไม่ได้วิ่งไปถึงซับวูฟเฟอร์หรอกครับ

เสียงกลองที่ว่าตึ้บ ๆ มันอาจตึ้บจริง ๆ แค่กระเดื่องใบเดียวก็เป็นไปได้

 

เวรกรรม ,,,,,,,,,

นอกจากเรื่องย่านเสียงแล้ว ก็คือการใช้ปลั๊กอิน อย่างการทำให้เสียงมันหนาขึ้นในเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น

ลองศึกษาวิธีการใช้ คอมเพรสเซอร์ แม็กซืไมเซอร์ กับพวก รีเวิร์บ คอรัส ให้มาก ๆ พวกนี้ช่วยเราได้เรื่องเพิ่มความดัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ใช้มันอัดกระทุ้งเพลงสุด ๆ นะครับ เพราะเดี๋ยวออกลำโพงบ้าน ๆ มันจะมีเสียงคลิปหรือเสียงที่ดังเกินลิมิต พูดถึงลิมิต ก็มีลิมิตเตอร์อีกตัวที่ต้องศึกษา

ผมคงไม่มานั่งสอนว่าแต่ละตัวปรับอะไรตรงไหนอย่างไรนะครับ เราใช้โปรแกรมทำเพลงตัวไหนอยู่ ก็ลองศึกษากันเองดู เพราะผมก็ไม่ได้มีทุกโปรแกรมไว้ใช้ มันแพง ถึงจะโหลดเถื่อนได้ แต่ก็ไม่คิดจะใช้ตอนนี้ครับ

ถัดมาคือเรื่องความสวยงามของเสียง บางทีคนทำเพลงมือใหม่ ๆ ยังมองข้ามมัน แต่กลับข้ามขั้นออกมาทำเพลงราคาแพงโดยที่คุณภาพเสียงไม่สมควรกับราคาเลย

สมัยผมทำเพลงใหม่ ๆ เรื่องเสียงสวยงามนี่ เป็นเรื่องแรกที่ผมสงสัย เขาทำอย่างไรให้บางเสียงมันดูกว้าง และมีมิติแปลก ๆ ซึ่งผมค้นพบวิธีการหลากหลายจากโปรแกรมทำเพลงรุ่นเก่า ๆ ที่ปัจจุบันก็ยังหาใช้ได้อยู่ โปรแกรมอะไรผมขอยกไว้ให้สำหรับคนที่ส่งอีเมล์มาถามเท่านั้นครับ เพราะปัจจุบัน เขาไม่ใช้โปรแกรมพวกนี้กันแล้ว แต่แนวคิดโดยรวมคือ การทำเพลง หรือปรับเสียงเพลง สิ่งที่ควรคำนึงก็คือการคิดและปรับให้เสียงมันสวยด้วย ฟังแล้วไม่ใช่ว่าอัด ๆ กันมากลางหัว หรือถ้าจะมากลางหัว แต่มันละเมียดละไมไม่ทำลายแก้วหู แม้เพลงที่ปรับจะเป็นเพลงเมทัลที่หนักหน่วง ก็ต้องห่วงเสียงสวยนะครับ

คราวนี้มาพูดเรื่องลำโพงกันบ้าง

มีบางคนมาถามผมเรื่องลำโพงว่าจะใช้อะไรดี

บางคนก็บอกแนวคิดของที่อื่นว่า ลำโพงนั้นลำโพงนี้ไม่ควรใช้

ลำโพงสี่ชุดที่ผมใช้นั้นมีอะไรบ้าง

๑ ลำโพงแพง ๆ เพราะต้องกะไว้ว่าคนฟังบางคนต้องฟังผ่านของแพงแน่ ๆ

๒ ลำโพงดีหน่อย มีซับวูฟเฟอร์ เด็กบางคนเรียกว่าลำโพงเล่นเกม เอาไว้ปรับเสียงตัดย่านซับวูฟเฟอร์ในเครื่องดนตรีบางชิ้นที่มันไม่ควรจะมีเสียงย่านนั้น

๓ ลำโพงงบน้อย ราคาไม่แพง เพราะลูกค้าบางท่านเขาพอใจแค่นี้

๔ หูฟัง เอาไว้จับย่านแปลกหู หูฟังนี่ ราคาสูงหน่อยครับ หมายถึงหลักพัน (หลักหมื่น) นะครับ ไม่ใช่หลักร้อย ไม่งั้นปรับเสียงไม่ได้ และไม่แนะนำหูฟังพวกแทงเข้าไปในหู หรือแบบเหน็บหูนะครับ ทำเพลงใช้เวลาทำนาน ขืนใช้หูฟังแบบนั้น ตอนแก่เราจะไม่ได้ทำเพลงครับ

หมายเหตุ บางคนใช้เยอะกว่าผม บางคนใช้น้อยกว่าผม บางคนลำโพงอย่างเทพ บางคนลำโพงอย่างถ่อย อันนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมครับ ผมให้ได้แค่แนวคิดเท่านั้น

จากที่เล่า ๆ มานี่ มันก็คงให้แค่แนวทางเท่านั้นเองครับ

ส่วนสำคัญคือการฝึกฝน ฝึกหู ล้างหู (ฟังเพลงที่ปรับเสียงดี ๆ หลังจากล้า) และการตัดอีโก้ ความเชื่อเรื่องการปรับเสียงครั้งสมัยยังมั่ว ๆ ทิ้งไป

จะไม่รู้ผลอะไรเลย ถ้าไม่ลงมือทำ

ทำเท่าที่เครื่องมือเราจะอำนวยนั่นแหละครับ

อย่าเพิ่งทุ่มเทขอเงินพ่อแม่ไปลงเครื่องมือเทพ ๆ เด็ดขาด

 

เกิดเราไปไม่รอดถึงฝั่งฝัน มันจะเปลืองค่าไฟน่าดูเลยล่ะ


หน้า: [1]